03
พฤศจิกายน
2562

ถ้อยแถลงนายกรัฐมนตรี พิธีเปิดการประชุมสุดยอดอาเซียน ครั้งที่ 35 และการประชุมสุดยอดที่เกี่ยวข้อง วันอาทิตย์ที่ 3 พฤศจิกายน 2562

03
พฤศจิกายน
2562

ถ้อยแถลงนายกรัฐมนตรี พิธีเปิดการประชุมสุดยอดอาเซียน ครั้งที่ 35 และการประชุมสุดยอดที่เกี่ยวข้อง วันอาทิตย์ที่ 3 พฤศจิกายน 2562

292

 

ถ้อยแถลงนายกรัฐมนตรี
พิธีเปิดการประชุมสุดยอดอาเซียน ครั้งที่ 35 และการประชุมสุดยอดที่เกี่ยวข้อง
วันอาทิตย์ที่ 3 พฤศจิกายน 2562 เวลา 09.00
– 09.30 น.
ณ ห้อง Grand Diamond Ballroom ศูนย์แสดงสินค้าและการประชุมอิมแพ็ค เมืองทองธานี


(7 นาที)

(ถ่ายทอดสดผ่านสถานีโทรทัศน์ช่อง 9 MCOT HD)

Your Majesty,
Excellencies,
Honoured Guests,

1. May I extend a warm welcome to all of you to the thirty-fifth ASEAN Summit and Related Summits here in Bangkok/Nonthaburi. Today, we are gathered here in partnership and friendship with the world to make our region a better place for all. Now please allow me to continue my remarks in Thai.

2. เมื่อพิธีเปิดการประชุมสุดยอดอาเซียน ครั้งที่ 35 ผมกล่าวถึงเนื้อร้องของเพลงประจำอาเซียน “ดิอาเซียนเวย์”  ในท่อน “we dare to dream, we care to share.” เพื่อให้พวกเราทบทวนความกล้าที่จะฝันจากรุ่นสู่รุ่น  และหารือถึงแนวทางร่วมกันที่จะสร้างประชาคมอาเซียนที่มีประชาชนเป็นศูนย์กลาง ไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง  และมองไปสู่อนาคต ภายใต้แนวคิดหลัก “ร่วมมือ ร่วมใจ ก้าวไกล ยั่งยืน” ด้วยความร่วมมือร่วมใจในครั้งนั้น  เราสร้างผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรมหลายประการ อาทิ การรับรองวิสัยทัศน์ผู้นำอาเซียนว่าด้วยความเป็นหุ้นส่วน เพื่อความยั่งยืน และเอกสารมุมมองอาเซียนต่ออินโด-แปซิฟิก

3. เพื่อสานต่อผลของการประชุมสุดยอดครั้งนั้น วันนี้ ผมขอกล่าวถึงเนื้อร้องของเพลงดังกล่าวอีกท่อนหนึ่ง นั่นคือ ASEAN we are bonded as one. Looking out to the world.” “อาเซียนเราผูกพันกันเป็นหนึ่ง มองออกไปสู่โลก” เนื้อเพลงท่อนนี้สะท้อนให้เห็นถึงวิสัยทัศน์ของอาเซียน ที่ไม่เพียงร่วมมือร่วมใจกัน ในภูมิภาคเท่านั้น แต่ยังให้ความสำคัญกับหุ้นส่วนนอกภูมิภาค ซึ่งถือเป็น “กัลยาณมิตร” ที่ช่วยสนับสนุน ให้อาเซียนบรรลุเป้าหมายที่วาดฝันไว้และขยายผลไปสู่นอกภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

ใต้ฝ่าละอองธุลีพระบาท และท่านผู้มีเกียรติทั้งหลาย

4. ปัจจุบัน อาเซียนและโลกเผชิญกับความท้าทายและความไม่แน่นอนเพิ่มมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นเศรษฐกิจโลก ที่ชะลอตัว ซึ่งในปีนี้มีแนวโน้มจะขยายตัวต่ำสุดในรอบสิบปีจากการคาดการณ์ของกองทุนการเงินระหว่างประเทศหรือ ไอเอ็มเอฟ การแข่งขันทางภูมิยุทธศาสตร์ทั้งในระดับโลกและระดับภูมิภาค ซึ่งสะท้อนออกมาในรูปของ ความขัดแย้งทางการค้าและปัญหาอื่น ๆ ระหว่างบางประเทศ ความท้าทายต่อระบบพหุภาคีนิยม ปัญหาอาชญากรรมข้ามชาติ ซึ่งมีมูลค่าสูงถึง 1 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐต่อปี เทคโนโลยีที่พัฒนาอย่างก้าวกระโดด ไปจนถึงการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ปัญหาสิ่งแวดล้อม และขยะทะเล ดังนั้น ความเป็นหุ้นส่วนและมิตรภาพ ที่แน่นแฟ้นจึงมีความสำคัญยิ่งที่จะทำให้ภูมิภาคเราที่ครอบคลุมพื้นที่มหาสมุทรแปซิฟิกและมหาสมุทรอินเดีย สามารถรับมือและก้าวข้ามความท้าทายเหล่านี้ไปได้

5. การประชุมตลอดสองวันจากนี้ นับเป็นวาระสำคัญที่จะแสดงความเป็นหุ้นส่วนและมิตรภาพระหว่างอาเซียนกับประชาคมโลก เพื่อร่วมมือร่วมใจ สานต่อผลลัพธ์จากการประชุมสุดยอดอาเซียนครั้งที่ผ่านมา และวางแนวทางร่วมกันในการใช้ประโยชน์จากความเป็นแกนกลางและจุดแข็งของอาเซียนที่เป็นมิตรกับทุกประเทศและไม่เป็นศัตรูกับใคร เพื่อรับมือและแก้ไขปัญหาระดับภูมิภาคและระดับโลก และสร้างความยั่งยืนในทุกมิติ โดยดำเนินการในสองแนวทางคือ การสร้างสภาพแวดล้อมสำหรับสันติภาพและเสถียรภาพในระยะยาว  ควบคู่ไปกับการส่งเสริมการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจที่มีพลวัตและการพัฒนาที่ยั่งยืน ซึ่งทั้งสองมิตินี้ถือว่าเป็น “สองด้านของเหรียญเดียวกัน” ที่จะนำมาซึ่งภูมิภาคที่ยั่งยืน

6. ในประการแรก การสร้างภูมิภาคที่มีเสถียรภาพ ต้องมุ่งสร้างความไว้เนื้อเชื่อใจในระดับยุทธศาสตร์ บนพื้นฐานของหลักการ 3M คือการเคารพซึ่งกันและกัน การไว้เนื้อเชื่อใจและการมีผลประโยชน์ร่วมกัน  เพื่อลดการเผชิญหน้ากัน นอกจากนี้ ต้องมุ่งวางรากฐานด้านกฎกติกา ด้วยการใช้ประโยชน์จากเครื่องมือสำคัญ ที่อาเซียนมีอยู่ ทั้งการนำหลักการสำคัญของสนธิสัญญามิตรภาพและความร่วมมือในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ หรือ TAC (แท็ค) มาใช้ในบริบทที่กว้างกว่าอาเซียน ซึ่งเป็นที่น่ายินดีที่เราได้ต้อนรับอัครภาคีของสนธิสัญญาฯ เพิ่มเติม สะท้อนให้เห็นถึงการที่ประเทศต่าง ๆ ยอมรับในหลักการพื้นฐานและกฎกติกาของการดำเนินความสัมพันธ์ในภูมิภาค รวมถึงการมีกลไกระงับข้อพิพาทด้านเศรษฐกิจของอาเซียน การมีโครงสร้างสถาปัตยกรรมในภูมิภาคที่เข้มแข็งและมีอาเซียนเป็นแกนกลาง ไม่ว่าจะเป็น การประชุมสุดยอดเอเชียตะวันออก อาเซียนบวกสาม เออาร์เอฟ และความร่วมมืออาเซียนกับประเทศคู่เจรจาต่าง ๆ ตลอดจนความมุ่งมั่นที่จะส่งเสริมการจัดทำประมวลการปฏิบัติ หรือ COC (ซีโอซี) ในทะเลจีนใต้ระหว่างอาเซียนกับจีน และการฝึกผสมทางทะเลระหว่างอาเซียนกับสหรัฐฯ ที่เพิ่งจัดขึ้น เป็นต้น

7. อีกประการหนึ่ง คือ การสร้างภูมิภาคที่มั่งคั่งและยั่งยืน ผ่านการผลักดันการเจรจาจัดทำความตกลงหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจระดับภูมิภาคหรือ RCEP ให้แล้วเสร็จในปีนี้ เพื่อช่วยกระตุ้นการเติบโตทางเศรษฐกิจ การค้าและการลงทุน รวมทั้งส่งเสริมระบบการค้าพหุภาคีภายใต้กรอบองค์การการค้าโลกควบคู่ไปกับ ความร่วมมือทางเศรษฐกิจระดับภูมิภาคและอนุภูมิภาค ทั้งกรอบความร่วมมือ ACMECS และเขตอ่าวกวางตุ้ง-ฮ่องกง-มาเก๊า หรือ จีบีเอ เพื่อสร้างภูมิคุ้มกันทางเศรษฐกิจให้กับอาเซียนและภูมิภาคในอนาคต นอกจากนี้  ยังต้องมุ่งส่งเสริมความเชื่อมโยงที่ไร้รอยต่อในอาเซียน ด้วยการสร้างความเกื้อกูลระหว่างยุทธศาสตร์ ความเชื่อมโยงต่าง ๆ ทั้งภายในอาเซียนและนอกภูมิภาค ตั้งแต่การเชื่อมโยงเส้นทางคมนาคม ระหว่างประชาชน ทางการเงิน และด้านดิจิทัล อีกทั้งใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีและนวัตกรรมในยุค 4IR เพื่อสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจให้แก่ MSMEs เกษตรกร กลุ่มธุรกิจสตาร์ท-อัพ รวมถึงผู้ประกอบการท้องถิ่น ให้สามารถเข้าถึงแหล่งทุน และปรับโครงสร้างภาคอุตสาหกรรมของอาเซียนให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น

8. ทั้งนี้ อาเซียนจำเป็นต้องมี “กระบวนทัศน์” ใหม่สำหรับการเติบโตทางเศรษฐกิจที่มีพลวัต มีความยั่งยืน และครอบคลุมทุกภาคส่วน ไม่ทิ้งใครข้างหลัง โดยต้องให้ความสำคัญกับการพัฒนาทุนมนุษย์ และการรักษาสภาพแวดล้อมควบคู่กันไป โดยเฉพาะการแก้ไขปัญหาขยะทะเล ด้วยการดำเนินการตามกรอบการปฏิบัติงานอาเซียนว่าด้วยขยะทะเล ปัญหามลพิษทางอากาศ ด้วยการปฏิบัติตามข้อตกลงอาเซียนว่าด้วยมลพิษจาก หมอกควันข้ามแดน และปัญหาประมง IUU ด้วยการพัฒนาเครือข่ายอาเซียนเพื่อแก้ไขปัญหาการประมง IUU ซึ่งทั้งหมดนี้ต้องพึ่งพาความร่วมมือกับหุ้นส่วนอาเซียนและมิตรประเทศ

9. ความมั่นคงที่ยั่งยืนและการพัฒนาทางเศรษฐกิจที่ยั่งยืนที่ผมกล่าวมานี้ จำเป็นต้องได้รับแรงสนับสนุน จากทั้งภายในและภายนอกภูมิภาค ดังนั้น การสร้างความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันระหว่างประชาชน ผ่านการส่งเสริมอัตลักษณ์ของอาเซียนและสายใยทางวัฒนธรรมระหว่างกันจึงเป็นเรื่องที่เราต้องให้ความสำคัญควบคู่ ไปกับการเสริมสร้างความเป็นหุ้นส่วนกับภาคีภายนอก

ใต้ฝ่าละอองธุลีพระบาท และท่านผู้มีเกียรติทั้งหลาย

10. ตลอดปีที่ผ่านมา ด้วยความร่วมมือร่วมใจของประเทศสมาชิกอาเซียนและประชาชนของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เราบรรลุเป้าหมายและร่วมสร้างผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรมหลายประการ หนึ่งในนั้นคือ
ศูนย์อาเซียนทั้ง 7 แห่งในประเทศไทย ซึ่งในวันนี้ ผมยินดีเป็นอย่างยิ่งที่พวกเราจะร่วมเปิดตัว 3 ศูนย์สุดท้ายในบรรดา 7 ศูนย์นี้ ได้แก่ ศูนย์ฝึกอบรมอาเซียนด้านสังคมสงเคราะห์และสวัสดิการสังคม ศูนย์อาเซียนเพื่อผู้สูงอายุที่มีศักยภาพเเละนวัตกรรม และศูนย์อาเซียนเพื่อการศึกษาและการหารือด้านการพัฒนาที่ยั่งยืน  ให้เป็นมรดกของการลงทุนจากความร่วมมือร่วมใจเพื่อประโยชน์ต่อทุกคนในภูมิภาคนี้ เพื่อลูกหลานของพวกเรา และเพื่ออนาคตของภูมิภาค

11. วันนี้ ผมขอเชิญชวนทุกท่าน ร่วมมือ ร่วมใจกันอีกครั้ง และจับมือกับหุ้นส่วนให้แน่นขึ้น เพื่อร่วมกัน สานต่อเจตนารมณ์ของผู้ก่อตั้งอาเซียนที่จะสร้างภูมิภาคที่มีสันติภาพ มีเสถียรภาพ และมีความไพบูลย์  เพื่อวางรากฐานประชาคมอาเซียนที่มั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืนให้แก่คนรุ่นนี้และคนรุ่นหน้า โดยให้ประชาคมอาเซียนของพวกเราที่มีประชาชนเป็นศูนย์กลาง ไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง และมองไปสู่อนาคต สามารถเป็นพลังสำคัญ ในการบรรลุความฝันนี้ โดยร่วมมืออย่างใกล้ชิดกับภูมิภาคและประชาคมโลก เพื่อประโยชน์ของมนุษยชาติต่อไป

12. ผมขอต้อนรับทุกท่านสู่ประเทศไทยอีกครั้งครับ

*****************************************

ดาวน์โหลดเอกสารเพิ่มเติมที่นี่ ⇓

ถ้อยแถลงนายกรัฐมนตรี พิธีเปิดการประชุมสุดยอดอาเซียน ครั้งที่ 35 และการประชุมสุดยอดที่เกี่ยวข้อง วันอาทิตย์ที่ 3 พฤศจิกายน 2562 เวลา 09.00 – 09.30 น.