19
ธันวาคม
2562

แถลงการณ์ของประธานการประชุมสุดยอดอาเซียน ครั้งที่ 35 กรุงเทพฯ และนนทบุรี 3 พฤศจิกายน 2562

19
ธันวาคม
2562

แถลงการณ์ของประธานการประชุมสุดยอดอาเซียน ครั้งที่ 35 กรุงเทพฯ และนนทบุรี 3 พฤศจิกายน 2562

360

(คำแปลอย่างไม่เป็นทางการ)
แถลงการณ์ของประธานการประชุมสุดยอดอาเซียน ครั้งที่ 35
กรุงเทพฯ และนนทบุรี 3 พฤศจิกายน 2562
ร่วมมือ ร่วมใจ ก้าวไกล ยั่งยืน

 

1. เรา ประมุขแห่งรัฐ/หัวหน้ารัฐบาลของประเทศสมาชิกอาเซียน ได้มารวมตัวกันเมื่อวันที่ 2 – 3 พฤศจิกายน 2562 ที่กรุงเทพฯ ในการประชุมสุดยอดอาเซียน ครั้งที่ 35 โดยเราได้เน้นย้ำความสำคัญของความต่อเนื่อง และความยั่งยืนในความพยายามสร้างประชาคมอาเซียน และมุ่งมั่นที่จะส่งเสริมความเป็นหุ้นส่วน เพื่อความยั่งยืนอย่างต่อเนื่อง ทั้งภายในอาเซียนและในความสัมพันธ์ระหว่างอาเซียนกับประชาคมระหว่างประเทศ เพื่อบรรลุเป้าหมายการเป็นประชาคมอาเซียนที่มีประชาชนเป็นศูนย์กลางและทำเพื่อประโยชน์ของประชาชน โดยไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง และมองไปสู่อนาคต

2. เรายืนยันความมุ่งมั่นที่จะสร้างอาเซียนให้เป็นภูมิภาคที่มีสันติภาพ ความมั่นคง และเสถียรภาพที่ยืนยงมีการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจที่ยั่งยืน มีความมั่งคั่งร่วมกัน และมีความก้าวหน้าทางสังคม เราตระหนักถึงภูมิยุทธศาสตร์ซึ่งกำลังเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วและความจำเป็นที่อาเซียนจะต้องมีบทบาทเชิงรุกมากขึ้น เพื่อให้อาเซียนคงความสำคัญ และรักษาความเป็นแกนกลางของอาเซียนและบทบาทของอาเซียนในฐานะแรงขับเคลื่อนหลักในโครงสร้างสถาปัตยกรรมภูมิภาค

3. เราตระหนักว่า การบรรลุเป้าหมายและความปรารถนาในการรวมตัวกันของอาเซียนต้องอาศัยความเป็นหุ้นส่วนที่เข้มแข็งกับประเทศคู่เจรจาและภาคีภายนอกต่าง ๆ เราจึงเน้นย้ำความจำเป็นในการส่งเสริมความประสานสอดคล้องระหว่างกลไกต่าง ๆ ที่อาเซียนมีบทบาทน้าอย่างต่อเนื่อง ซึ่งรวมถึงอาเซียนบวกหนึ่ง อาเซียนบวกสาม (เอพีที) การประชุมสุดยอดเอเชียตะวันออก (อีเอเอส) การประชุมอาเซียนว่าด้วยความร่วมมือด้านการเมืองและความมั่นคงในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก (เออาร์เอฟ) และการประชุมรัฐมนตรีกลาโหมอาเซียนกับรัฐมนตรีกลาโหมประเทศคู่เจรจา (เอดีเอ็มเอ็ม-พลัส)

4. เรายืนยันความมุ่งมั่นร่วมกันของเราในการรักษาและส่งเสริมสันติภาพ ความมั่นคง และเสถียรภาพในภูมิภาค ตลอดจนการระงับข้อพิพาทโดยสันติวิธี รวมถึงการเคารพต่อกระบวนการทางกฎหมายและการทูต โดยไม่ใช้กำลังหรือการขู่จะใช้กำลัง โดยเป็นไปตามหลักการของกฎหมายระหว่างประเทศอันเป็นที่ยอมรับโดยสากล รวมถึงอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยกฎหมายทะเล ค.ศ. 1982 (อันคลอส)

5. เรารับทราบด้วยความพอใจต่อความคืบหน้าในการดำเนินการตามวิสัยทัศน์ผู้นำอาเซียนว่าด้วยความเป็นหุ้นส่วนเพื่อความยั่งยืน เราเน้นย้ำเป้าหมายในการมุ่งสู่อาเซียนที่ยั่งยืน ผ่านการเสริมสร้างความมั่นคงที่ยั่งยืน การส่งเสริมอาเซียนที่ไร้รอยต่อที่เชื่อมโยงกับโลก และการดำเนินการเพื่อบรรลุการพัฒนาที่ยั่งยืนเพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มทางยุทธศาสตร์ให้กับอาเซียน และนำมาซึ่งเสถียรภาพและความเจริญรุ่งเรืองในภูมิภาค เราสนับสนุนการใช้ประโยชน์จากความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีเพื่อเสริมสร้าง ความเข้มแข็งและขีดความสามารถในการแข่งขันของอาเซียนในการรับมือกับความเปลี่ยนแปลงและความซับซ้อนที่เพิ่มขึ้นในสภาวะแวดล้อมในระดับภูมิภาคและระดับโลก รวมถึงความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นจากการปฏิวัติอุตสาหกรรม ครั้งที่ 4 (โฟร์ไออาร์)

6. เรายินดีต่อความคืบหน้าอย่างมากในการยกระดับความร่วมมือและความเป็นหุ้นส่วนระดับภูมิภาค เพื่อบรรลุเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (เอสดีจี) และความเกื้อกูลกับวิสัยทัศน์ประชาคมอาเซียน ค.ศ. 2025 เราเน้นย้ำความมุ่งมั่นของอาเซียนต่อเอสดีจี และยินดีต่อถ้อยแถลงที่ไทยกล่าวในนามอาเซียนในการประชุมระดับผู้นำว่าด้วยเอสดีจีเมื่อวันที่ 24 กันยายน 2562 ที่นครนิวยอร์ก เราชื่นชมความพยายามร่วมกันของอาเซียนในการจัดทำแผนงานการส่งเสริมข้อริเริ่มความเกื้อกูลระหว่างวิสัยทัศน์ประชาคมอาเซียน ค.ศ. 2025 กับวาระการพัฒนาที่ยั่งยืน ค.ศ. 2030 ของสหประชาชาติ ซึ่งจะเป็นแนวทางสำหรับการผลักดันข้อริเริ่มความเกื้อกูลฯ ในช่วงปี 2563 – 2568 นอกจากนี้ เรายินดีต่อการเปิดตัวของศูนย์อาเซียนเพื่อการศึกษาและการหารือด้านการพัฒนาที่ยั่งยืน (เอซีเอสดีเอสดี) ที่ประเทศไทย เรายินดีต่อการจัดการประชุมอาเซียนว่าด้วยเอสดีจีกับหน่วยงานที่มีหน้าที่วางแผนด้านการพัฒนาในระดับชาติ : การเร่งรัดการดำเนินการตามเอสดีจีในอาเซียน เรามุ่งหวังต่อการมีปฏิสัมพันธ์ที่เพิ่มขึ้นระหว่างองค์กรเฉพาะสาขาของอาเซียนกับหน่วยงานที่มีหน้าที่วางแผนด้านการพัฒนาในระดับชาติในการดำเนินการตามเอสดีจี เรายินดีต่อการจัดการประชุมระดับอธิบดีของประเทศสมาชิกอาเซียนในเรื่องความร่วมมือด้านการพัฒนา เราชื่นชมการจัดการประชุมอาเซียน-จีน-โครงการพัฒนาแห่งสหประชาชาติ (ยูเอ็นดีพี) ครั้งที่ 4 : นวัตกรรมในการบรรลุเอสดีจี และการขจัดความยากจน และหวังที่จะให้มีการจัดการประชุมดังกล่าวเป็นครั้งที่ 5 ในปี 2563

7. เราชื่นชมความคืบหน้าอย่างมีนัยสำคัญของแผนแม่บทว่าด้วยความเชื่อมโยงระหว่างกันในอาเซียน (เอ็มแพค) ค.ศ. 2025 ในการเสริมสร้างการสร้างประชาคมอาเซียนและส่งเสริมการพัฒนาที่ยั่งยืนเรายินดีต่อการบรรลุการจัดตั้งโครงการด้านโครงสร้างพื้นฐานที่มีศักยภาพของอาเซียน ซึ่งถือเป็นโอกาสในการลงทุนและการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานอย่างยั่งยืนในอาเซียน เรายินดีที่รับทราบถึงความพยายามที่มีอยู่ในการดำเนินโครงการ “การพัฒนาฐานข้อมูลอาเซียนว่าด้วยเส้นทางการค้าและกรอบการเสริมสร้างประสิทธิผลห่วงโซ่อุปทาน” เพื่อสร้างอาเซียนที่ไร้รอยต่อและมีความเชื่อมโยงกันมากขึ้น ตลอดจนข้อริเริ่มต่าง ๆ เกี่ยวกับการผลิตและพัฒนากำลังคนอาชีวศึกษา (ทีเว็ต) และอุดมศึกษา เพื่อเสริมสร้างทุนมนุษย์และส่งเสริมการเคลื่อนย้ายของประชาชน เราเน้นย้้าความส้าคัญของความเป็นแกนกลางของอาเซียน และความจำเป็นในการสร้างความเชื่อมโยงและความประสานสอดคล้องระหว่างเอ็มแพ็ค ค.ศ. 2025 กับข้อริเริ่มด้านความเชื่อมโยงที่สำคัญต่าง ๆ ทั้งภายในและภายนอกอาเซียน ผ่านแนวทาง “การเชื่อมโยงยุทธศาสตร์ความเชื่อมโยง” เราเน้นย้ำความจำเป็นในการปกป้องความเชื่อมโยงที่เพิ่มขึ้นในภูมิภาคจากอาชญากรรมข้ามชาติและความท้าทายข้ามพรมแดนอื่น ๆ และยินดีต่อความพยายามในการเสริมสร้างความร่วมมือด้านการบริหารจัดการชายแดนในภูมิภาคอาเซียน ตามที่สะท้อนในวิสัยทัศน์ประชาคมอาเซียน ค.ศ. 2025 โดยสอดคล้องกับนโยบายและกฎหมายภายในของแต่ละประเทศ เราซาบซึ้งต่อคณะกรรมการประสานงานอาเซียนว่าด้วยความเชื่อมโยงระหว่างกันในภูมิภาค (เอทริปเปิ้ลซี) หน่วยงานที่ทำหน้าที่ควบคุมการดำเนินงาน (แอลไอบี) และองค์กรเฉพาะสาขาของอาเซียนที่เกี่ยวข้อง สำหรับความพยายามร่วมกัน ในการขับเคลื่อนเอ็มแพ็ค ค.ศ. 2025 รวมทั้งการสนับสนุนอย่างต่อเนื่องจากประเทศคู่เจรจาและภาคีภายนอก

8. เรารับทราบถึงการเสร็จสิ้นของการทบทวนการดำเนินการตามแผนงานระยะที่ 3 (ค.ศ. 2016 – 2020) ของข้อริเริ่มเพื่อการรวมตัวของอาเซียน (ไอเอไอ) และแสดงความซาบซึ้งต่อสำนักเลขาธิการอาเซียน และรัฐบาลออสเตรเลียสำหรับการสนับสนุนในเรื่องที่มีความสำคัญนี้ และต่อประเทศสมาชิกอาเซียนประเทศคู่เจรจา และภาคีภายนอกสำหรับการดำเนินการตามแผนงานระยะที่ 3 ของไอเอไอ โดยที่ตระหนักถึงความสำคัญของการติดตาม ทบทวน และประเมินผลโครงการเสริมสร้างศักยภาพและการให้ความช่วยเหลือทางวิชาการแก่กัมพูชา สปป. ลาว เมียนมา และเวียดนาม (ซีแอลเอ็มวี) เราได้มอบหมายให้คณะทำงานไอเอไอติดตามการดำเนินการตามข้อเสนอแนะจากการทบทวนดังกล่าวเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพของแผนงานฯ เรายินดีต่อการจัดทำแผนงานใหม่ในเรื่องนี้ เพื่อสานต่อความพยายามเพื่อลดช่องว่างการพัฒนาและส่งเสริมการรวมตัวในระดับภูมิภาค

9. เรายินดีต่อความพยายามของกรอบอนุภูมิภาคต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับประเทศสมาชิกอาเซียน อาทิ ข้อตกลงความร่วมมือระหว่างประเทศลุ่มแม่น้ำอิระวะดี-เจ้าพระยา-แม่โขง (แอ๊คเมคส์) โครงการพัฒนาความร่วมมือทางเศรษฐกิจสามฝ่าย อินโดนีเซีย-มาเลเซีย-ไทย (ไอเอ็มที-จีที) โครงการเขตพัฒนาเศรษฐกิจอาเซียนด้านตะวันออก บรูไนดารุสซาลาม-อินโดนีเซีย-มาเลเซีย-ฟิลิปปินส์ (บิมพี-เอก้า) ความร่วมมือ กัมพูชา-ลาว-เมียนมา-เวียดนาม (ซีแอลเอ็มวี) เขตสามเหลี่ยมพัฒนา กัมพูชา-ลาว-เวียดนาม และโครงการพัฒนาสามเหลี่ยมเศรษฐกิจ สิงคโปร์-ยะโฮร์-เรียว (ซีจอรี) เราสนับสนุนการประสานงานที่ใกล้ชิดระหว่างองค์กรเฉพาะสาขาของอาเซียนกับกรอบความร่วมมืออนุภูมิภาคต่าง ๆ ในการบรรลุเป้าหมายในการลดช่องว่างการพัฒนาระหว่างและภายในประเทศสมาชิกอาเซียน

10. เรายินดีต่อความคืบหน้าอย่างต่อเนื่องของเครือข่ายเมืองอัจฉริยะอาเซียน (เอเอสซีเอ็น) โดยเฉพาะอย่างยิ่งการดำเนินการตามแผนปฏิบัติการเมืองอัจฉริยะ ซึ่งมีส่วนสนับสนุนการพัฒนาเมืองอัจฉริยะและยั่งยืนเรารับทราบถึงการรับรองเอกสารแนวคิดและขอบเขตอำนาจหน้าที่ของเอเอสซีเอ็นในการประชุมประจำปีของเอเอสซีเอ็น ครั้งที่ 2 เมื่อวันที่ 23 สิงหาคม 2562 ที่กรุงเทพฯ และปฏิสัมพันธ์ที่เพิ่มขึ้นกับภาคีภายนอก รวมถึงประเทศคู่เจรจาและประเทศสมาชิกกลุ่มจี 20 ตลอดจนแสดงความยินดีต่อสิงคโปร์ที่ได้รับแต่งตั้งให้เป็นประเทศผู้นำของเอเอสซีเอ็น ซึ่งจะทำหน้าที่ให้คำปรึกษาและการสนับสนุนต่อประธานเอเอสซีเอ็นในช่วงสองปีข้างหน้า เราตระหนักถึงการสนับสนุนของประเทศคู่เจรจาของอาเซียนในการเสริมสร้างความเป็นหุ้นส่วนสำหรับเมืองในเครือข่ายเอเอสซีเอ็น และการสนับสนุนการพัฒนาขีดความสามารถของเอเอสซีเอ็นในการวางผังเมืองอัจฉริยะ

11. เราได้แสดงความยินดีแก่ ดร. เจมิลาห์ มาห์มูด ผู้ก่อตั้งองค์กรเมอร์ซี่ มาเลเซีย ที่ได้รับรางวัลอาเซียน ประจำปี 2562 เพื่อตระหนักถึงบทบาทนำของเธอในภารกิจด้านมนุษยธรรมต่าง ๆ และการบริหารจัดการภัยพิบัติ

ประชาคมการเมืองและความมั่นคงอาเซียน

12. เรายินดีที่ได้รับทราบความคืบหน้าในการดำเนินการตามแผนงานประชาคมการเมืองและความมั่นคงอาเซียน (เอพีเอสซี) ค.ศ. 2025 และสนับสนุนให้องค์กรเฉพาะสาขาที่เกี่ยวข้องดำเนินการตามแนวทางปฏิบัติที่ยังเหลืออยู่ ในขณะเดียวกันก็รักษาแรงขับเคลื่อนในการดำเนินการเพิ่มเติมต่อแนวทางปฏิบัติที่ได้ด้าเนินการไปแล้ว เรามุ่งหวังถึงการทบทวนกึ่งวาระของแผนงานฯ ซึ่งจะดำเนินการในปี 2563 โดยมีเป้าหมายเพื่อยกระดับการดำเนินการตามแผนงานฯ ให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น

13. เรายืนยันว่า สนธิสัญญามิตรภาพและความร่วมมือในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (แท็ค) เป็นแนวปฏิบัติหลัก ในการดำเนินความสัมพันธ์ระหว่างรัฐในภูมิภาค และเป็นพื้นฐานของการธำรงสันติภาพและเสถียรภาพในภูมิภาค เรามุ่งมั่นที่จะส่งเสริมหลักการของแท็คในภูมิภาคที่กว้างขึ้น และเน้นย้ำความสำคัญที่อัครภาคีทุกฝ่ายต้องปฏิบัติตามพันธกรณีภายใต้สนธิสัญญาฯ และยินดีต่อการภาคยานุวัติของอัครภาคีใหม่

14. เรายืนยันเจตนารมณ์ที่จะรักษาภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ให้เป็นเขตปลอดอาวุธนิวเคลียร์และอาวุธที่มีอำนาจทำลายล้างสูงทุกชนิด ตามที่กำหนดในสนธิสัญญาว่าด้วยเขตปลอดอาวุธนิวเคลียร์ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (สนธิสัญญาชอนเฟส) และกฎบัตรอาเซียน เราได้เน้นย้ำความสำคัญของการปฏิบัติตามสนธิสัญญาชอนเฟสอย่างครบถ้วนและมีประสิทธิภาพ รวมทั้งการดำเนินงานภายใต้แผนปฏิบัติการเพื่อเสริมสร้างความเข้มแข็งในการปฏิบัติตามสนธิสัญญาชอนเฟส ค.ศ. 2018-2022 รวมถึงยืนยันเจตนารมณ์ที่จะร่วมมือกับรัฐที่ครอบครองอาวุธนิวเคลียร์ (เอ็นดับเบิลยูเอส) และส่งเสริมความพยายามของทุกฝ่าย เพื่อคลี่คลายประเด็นที่คั่งค้างทั้งหมดตามวัตถุประสงค์และหลักการของสนธิสัญญาชอนเฟส เราเน้นย้ำความมุ่งมั่นในการเสริมสร้างเป้าหมายร่วมอย่างมีนัยสำคัญ รวมทั้งผ่านการดำเนินการตามข้อมติสนธิสัญญาชอนเฟซรายสองปีต่อคณะกรรมการ 1 ของสมัชชาสหประชาชาติ (ยูเอ็นจีเอ)

15. เรายินดีที่มีการลงนามในข้อตกลงระหว่างอาเซียนกับทบวงการพลังงานปรมาณูระหว่างประเทศ (ไอเออีเอ) โดยเลขาธิการอาเซียนและรักษาการผู้อำนวยการใหญ่ไอเออีเอ เมื่อวันที่ 16 กันยายน 2562 ที่กรุงเวียนนาและมุ่งหวังให้มีความร่วมมือที่ใกล้ชิดยิ่งขึ้นกับไอเออีเอในสาขาความปลอดภัยทางนิวเคลียร์ ความมั่นคงทางนิวเคลียร์ และการพิทักษ์ความปลอดภัยทางนิวเคลียร์ รวมทั้งเทคโนโลยีและการประยุกต์ใช้นิวเคลียร์

16. เรายืนยันเจตนารมณ์ในการต่อต้านอาชญากรรมข้ามชาติอย่างต่อเนื่อง เรารับทราบถึงการปฏิบัติตามแผนการดำเนินงานโบฮอลว่าด้วยการค้ามนุษย์ (ทีไอพี) ค.ศ. 2017 – 2020 และการหารือถึงแผนปฏิบัติการอาเซียนว่าด้วยการป้องกันและต่อต้านแนวคิดหัวรุนแรงและสุดโต่งที่นิยมความรุนแรง ค.ศ. 2018 – 2025 นำโดยที่ประชุมรัฐมนตรีอาเซียนด้านอาชญากรรมข้ามชาติและที่ประชุมเจ้าหน้าที่อาวุโสอาเซียนด้านอาชญากรรมข้ามชาติ (เอเอ็มเอ็มทีซี/ซอมทีซี) ความคืบหน้าดังกล่าวแสดงให้เห็นถึงการเสริมสร้างการทำงานร่วมกันระหว่างสาขาและระหว่างเสาในการป้องกันและต่อต้านอาชญากรรมข้ามชาติ เรารับทราบว่าเอเอ็มเอ็มทีซีจะหารือเกี่ยวกับความร่วมมือด้านการบริหารจัดการชายแดนที่เข้มข้นยิ่งขึ้น ซึ่งประเทศไทยจะเสนอแผนงาน ซึ่งจะนำไปสู่กลไกความร่วมมือด้านการบริหารจัดการชายแดนในอาเซียนในที่ประชุมเอเอ็มเอ็มทีซี ให้สอดคล้องกับกฎหมายและนโยบายของแต่ละประเทศสมาชิกอาเซียน เรารับทราบความพยายามในการอำนวยความสะดวกต่อการเคลื่อนย้ายของประชาชน ผ่านการหารือเกี่ยวกับการพัฒนาระบบฐานข้อมูลอาเซียนสำหรับการตรวจลงตรา และบัตรเดินทางสำหรับนักธุรกิจอาเซียน ภายใต้กรอบการประชุมอธิบดีกรมตรวจคนเข้าเมืองและหัวหน้าฝ่ายกงสุลของกระทรวงการต่างประเทศอาเซียน (ดีจีไอซีเอ็ม) และรับทราบความคืบหน้าในการปฏิบัติงานตามแนวปฏิบัติว่าด้วยความช่วยเหลือทางกงสุลโดยคณะทูตของประเทศสมาชิกอาเซียนในประเทศที่สามแก่บุคคลที่มีสัญชาติของประเทศสมาชิกอาเซียนอื่น ๆ ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความพยายามของอาเซียนในฐานะประชาคมที่มีประชาชนเป็นศูนย์กลางทำเพื่อประโยชน์ของประชาชน รวมทั้งเสริมสร้างความสามารถของอาเซียนในการให้ความช่วยเหลือแก่พลเมืองของเรา

17. เราแสดงความห่วงกังวลอย่างยิ่งต่อความเคลื่อนไหวระดับโลกที่จะปรับรายการของยาเสพติดที่ผิดกฎหมาย และส่งเสริมให้ประเทศสมาชิกอาเซียนยืนยันเจตนารมณ์ที่จะบรรลุเป้าหมายการเป็นเขตปลอดยาเสพติด และแนวทางไม่ยอมรับยาเสพติด เพื่อเสริมสร้างความเป็นแกนกลางและเอกภาพของอาเซียนในการบรรเทาอิทธิพลที่ไม่เหมาะสมที่ขัดต่อจุดยืนของอาเซียน ด้วยเหตุนี้ เรายืนยันที่จะสนับสนุนความร่วมมือในการต่อต้านยาเสพติดผิดกฎหมาย ภายใต้ความรับผิดชอบของกรอบการประชุมรัฐมนตรีอาเซียนด้านยาเสพติด และการประชุมเจ้าหน้าที่อาวุโสอาเซียนด้านยาเสพติด (เอเอ็มเอ็มดี/อาซ็อด) เรารับทราบผลลัพธ์ของการทบทวนภายในของแผนปฏิบัติการอาเซียนต้านยาเสพติด ปี ค.ศ. 2016-2025 ครั้งแรก ที่เน้นว่ามีการดำเนินการตามแผนงานไปแล้ว ร้อยละ 97 เราแสดงความยินดีต่อผลงานของศูนย์ประสานงานความร่วมมือด้านยาเสพติดอาเซียน (อาเซียน-นาร์โค) ในการเผยแพร่เอกสารรายงานประจำปีเรื่องการติดตามยาเสพติดอาเซียน (เอดีเอ็ม) ฉบับที่ 4 ค.ศ. 2018 เราย้ำให้ประเทศสมาชิกอาเซียนเพิ่มความพยายามในการต่อต้านภัยคุกคามจากยาเสพติด

18. เรารับทราบด้วยความขอบคุณต่อการดำเนินการตามแผนการประชุมรัฐมนตรีกลาโหมอาเซียน (เอดีเอ็มเอ็ม) ระยะ 3 ปี ค.ศ. 2017 – 2019 รวมทั้งแผนการดำเนินงานคณะทำงานผู้เชี่ยวชาญของเอดีเอ็มเอ็ม-พลัส ค.ศ. 2017 – 2020 ทั้ง 7 ด้าน ในการนี้ เราตระหนักว่า ภาคการทหารได้ดำเนินความร่วมมืออย่างเข้มข้นในสาขาที่มีอยู่และเสริมสร้างความสัมพันธ์กับประเทศพลัส เรายินดีต่อการออกปฏิญญาร่วมของรัฐมนตรีกลาโหมอาเซียนว่าด้วยความมั่นคงที่ยั่งยืน และการรับรองข้อริเริ่มต่าง ๆ โดยที่ประชุมเอดีเอ็มเอ็ม ครั้งที่ 13 รวมถึงเอกสารแนวคิดว่าด้วยการประเมินผลการปฏิบัติของความคิดริเริ่มในเชิงปฏิบัติในกรอบเอดีเอ็มเอ็ม เอกสารแนวความคิดว่าด้วยบทบาทของฝ่ายทหารอาเซียนในการสนับสนุนการบริหารจัดการชายแดนเอกสารแนวความคิดว่าด้วยการขยายโครงสร้างการติดต่อสื่อสารโดยตรงของประเทศสมาชิกอาเซียน(เอดีไอ) ไปยังประเทศคู่เจรจา ในกระบวนการเอดีเอ็มเอ็ม เอกสารแนวความคิดว่าด้วยการจัดตั้งกลไกการประชุมแพทย์ทหารอาเซียน เอกสารขอบเขตอำนาจหน้าที่ของอาเซียน อาวร์ อายส์และเอกสารแนวทางปฏิบัติในการปฏิสัมพันธ์ทางทะเล ข้อริเริ่มเหล่านี้สะท้อนความมุ่งมั่นของเอดีเอ็มเอ็มในการส่งเสริมสันติภาพ ความมั่นคง และความมั่งคั่งอย่างยั่งยืนในภูมิภาค และเสริมสร้างความเป็นแกนกลางของอาเซียนในโครงสร้างสถาปัตยกรรมด้านความมั่งคงของภูมิภาค รวมทั้งเสริมสร้างความไว้เนื้อเชื่อใจระหว่างประเทศสมาชิกอาเซียนและประเทศพลัส เรายินดีต่อการบรรจุศูนย์แพทย์ทหารอาเซียนให้เป็นองค์กรย่อยภายใต้เอดีเอ็มเอ็ม ในภาคผนวก 1 ของกฎบัตรอาเซียน และการจัดการประชุมศูนย์แพทย์ทหารอาเซียน (เอเอ็มเอ็มซี) เป็นประจำทุกปี ซึ่งจะส่งเสริมความร่วมมือที่เป็นรูปธรรมระหว่างผู้ปฏิบัติงานด้านแพทย์ทหารในประเทศสมาชิกอาเซียนภายใต้เอดีเอ็มเอ็ม นอกจากนี้ เราสังเกตเห็นความพยายามอย่างต่อเนื่องในการเสริมสร้างศักยภาพการทำงานร่วมกันผ่านการฝึกปฏิบัติต่าง ๆ ของเอดีเอ็มเอ็ม และเอดีเอ็มเอ็ม-พลัสในปีนี้ รวมถึงการฝึกผสมทางทะเลระหว่างอาเซียน–สหรัฐฯ และการริเริ่มการฝึกร่วมระหว่างเครือข่ายศูนย์อำนวยการ
ด้านการรักษาสันติภาพของอาเซียนเป็นครั้งแรก เรามุ่งหวังถึงความคืบหน้ามากขึ้นในความร่วมมือด้านกลาโหมในปี 2563 ในโอกาสครบรอบ 10 ปีของเอดีเอ็มเอ็ม-พลัสด้วย

19. เรายืนยันความมุ่งมั่นที่จะทำงานร่วมกันในการผลักดันประเด็นคาบเกี่ยวทางทะเลซึ่งเป็นความห่วงกังวลร่วมกันภายในภูมิภาคอย่างครอบคลุม ภายใต้กรอบการประชุมหารืออาเซียนว่าด้วยประเด็นทางทะเล (เอเอ็มเอฟ) และการประชุมว่าด้วยประเด็นทางทะเลอาเซียนกับประเทศนอกอาเซียน (อีเอเอ็มเอฟ) เราเห็นชอบถึงความจำเป็นในการเสริมสร้างบทบาทและภารกิจของเอเอ็มเอฟและอีเอเอ็มเอฟ รวมทั้งชื่นชมการทำงาน และการหารืออย่างต่อเนื่องในประเด็นนี้ เรามุ่งหวังถึงการจัดประชุมเอเอ็มเอฟ ครั้งที่ 9 และอีเอเอ็มเอฟ ครั้งที่ 7 ในปีนี้ที่เวียดนาม

20. เราตระหนักถึงความซับซ้อนที่เพิ่มขึ้นและลักษณะการดำเนินการข้ามแดนด้านภัยคุกคามทางไซเบอร์ และเน้นย้ำความจำเป็นที่ต้องรับมือกับความท้าทายของภัยคุกคามทางไซเบอร์แบบองค์รวม เพื่อนำไปสู่พื้นที่ไซเบอร์ที่เปิดกว้าง ปลอดภัย มีเสถียรภาพ เข้าถึงได้ และเข้มแข็งเพื่อรองรับเศรษฐกิจดิจิทัลอาเซียน เราเน้นความจำเป็นที่จะเสริมสร้างความร่วมมือด้านความมั่นคงทางไซเบอร์ระดับภูมิภาค ผ่านกลไกการประสานงานด้านความมั่นคงทางไซเบอร์ที่คาบเกี่ยว เสริมสร้างความเข้มแข็งของพื้นที่ไซเบอร์ที่ตั้งอยู่บนกฎกติกา ตลอดจนการสนับสนุนกิจกรรมและโครงการฝึกอบรมเกี่ยวกับความมั่นคงทางไซเบอร์ของศูนย์ความร่วมมืออาเซียน – ญี่ปุ่นเพื่อพัฒนาบุคลากรด้านความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์ (เอเจซีซีบีซี) ที่กรุงเทพฯ และศูนย์ความเป็นเลิศด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์ของอาเซียน – สิงคโปร์ (เอเอสซีซีอี) ที่สิงคโปร์ ซึ่งจะเกื้อกูลความพยายามของอาเซียนในปัจจุบันในการสร้างศักยภาพในด้านความมั่นคงทางไซเบอร์ เรายินดีต่อการจัดการประชุมนานาชาติเรื่องความมั่นคงทางไซเบอร์ : นัยต่อสันติภาพและความมั่นคงในภูมิภาคอาเซียน เมื่อวันที่ 10 – 11 พฤษภาคม 2562 ที่กรุงเทพฯ การประชุมรัฐมนตรีอาเซียนด้านความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ (เอเอ็มซีซี) ครั้งที่ 4 ที่สิงคโปร์ และกิจกรรมคู่ขนานในช่วงงานสัปดาห์ไซเบอร์นานาชาติ 2019 เมื่อเดือนตุลาคม 2562 ที่สิงคโปร์ ซึ่งมีส่วนช่วยส่งเสริมการหารือและความร่วมมือระหว่างผู้มีส่วนได้ส่วนเสียจากหลายฝ่ายในประเด็นความมั่นคงทางไซเบอร์

21. เรายินดีต่อการเปลี่ยนชื่อองค์กรระดับรัฐมนตรีและเจ้าหน้าที่อาวุโสด้านเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารอาเซียน เป็นการประชุมระดับรัฐมนตรีดิจิทัลอาเซียน (เอดีจีเอ็มไอเอ็น) และการประชุมระดับเจ้าหน้าที่อาวุโสดิจิทัลอาเซียน (เอดีจีซอม) เพื่อสะท้อนบทบาทของเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ไอซีที) ในการนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงทางดิจิทัลในภาคส่วนอื่น ๆ นอกจากนี้ รัฐมนตรีไอซีทีได้เห็นชอบให้จัดตั้งคณะมนตรีประสานงานอาเซียนด้านความมั่นคงทางไซเบอร์ ซึ่งประกอบด้วยตัวแทนจากองค์กรเฉพาะสาขาที่เกี่ยวข้อง เพื่อเสริมสร้างการประสานงานประเด็นระหว่างสาขาด้านความมั่นคงทางไซเบอร์โดยยังคงรักษาขอบข่ายการทำงานเฉพาะเรื่อง ซึ่งแต่ละองค์กรรับผิดชอบโดยตรง

22. เราชื่นชมการทำงานของคณะกรรมาธิการระหว่างรัฐบาลอาเซียนว่าด้วยสิทธิมนุษยชน (ไอชาร์) ในการส่งเสริม และคุ้มครองสิทธิมนุษยชนในอาเซียนตลอดทศวรรษที่ผ่านมา ในการนี้ เราแสดงความเชื่อมั่นว่าไอชาร์ ในฐานะองค์กรด้านสิทธิมนุษยชนของอาเซียน จะสานต่อผลสำเร็จและประสบการณ์ที่ผ่านมา ในการเสริมสร้างศักยภาพและกระบวนการขององค์กร ในการส่งเสริมและคุ้มครองสิทธิมนุษยชนเพื่อสนับสนุนการสร้างประชาคมอาเซียนเพื่อประโยชน์ของประชาชนอาเซียน เรารับทราบด้วยความชื่นชมต่อความพยายามของไอชาร์ในการเพิ่มความเข้มข้นและขยายสาขาการทำงานเฉพาะเรื่องให้สอดคล้องกับประเด็นคาบเกี่ยวระหว่างเสาและระหว่างสาขา เช่น ธุรกิจกับสิทธิมนุษยชน สิ่งแวดล้อมกับสิทธิมนุษยชน และสิทธิผู้พิการเราสนับสนุนความพยายามของไอชาร์ในการพัฒนาแผนยุทธศาสตร์เพื่อวางวิสัยทัศน์สำหรับไอชาร์ใน 5 ปีข้างหน้าและหลังจากนั้น เพื่อตอบสนองต่อสถานการณ์ทางเศรษฐกิจและสังคมที่มีการเปลี่ยนแปลงรวมทั้งประเด็นสำคัญที่ก้าลังเกิดขึ้นของภูมิภาคและประชาชน เราสนับสนุนความพยายามของเอเอ็มเอ็มในการทบทวนเอกสารขอบเขตอำนาจหน้าที่ของไอชาร์ นอกจากนี้ เรายังสนับสนุนให้ไอชาร์ยืนหยัดเจตนารมณ์ในการดำเนินความเป็นหุ้นส่วนกับองค์กรและองคภาวะอื่น ๆ ของอาเซียน องค์กรภาคประชาสังคม รวมถึงภาคเอกชน ในฐานะตัวเร่งให้เกิดการส่งเสริมและการคุ้มครองสิทธิมนุษยชนในอาเซียน และเพื่อเสริมสร้างให้ไอชาร์ยังคงมีความสำคัญในฐานะหุ้นส่วนที่มีความรู้และได้รับความไว้วางใจ เพื่อจะให้บริการค้าปรึกษาและความช่วยเหลือทางเทคนิคในประเด็นสิทธิมนุษยชนแก่องค์กรเฉพาะสาขาของอาเซียน

23. เรารับทราบด้วยความชื่นชมต่อการเปิดตัวผลการศึกษาวิจัยฉบับแรกที่จัดทำโดยสถาบันอาเซียนว่าด้วยสันติภาพและความสมานฉันท์ (อาเซียน-ไอพีอาร์) เกี่ยวกับบทเรียนจากกระบวนการแก้ไขความขัดแย้งระหว่างรัฐบาลสาธารณรัฐฟิลิปปินส์ (จีอาร์พี) และกลุ่มแนวร่วมปลดปล่อยแห่งชาติโมโร (เอ็มเอ็นแอลเอฟ) ไกล่เกลี่ยโดยอินโดนีเซีย (ปี ค.ศ. 1993 – 1996) เรายินดีต่อการจัดตั้งรายชื่อสตรีอาเซียนที่มีบทบาทด้านสันติภาพ (เอดับเบิลยูพีอาร์) รวมทั้งข้อริเริ่มและการปฏิบัติต่าง ๆ ในด้านบทบาทของสตรี ในกระบวนการสันติภาพ ตามแถลงการณ์ร่วมว่าด้วยการส่งเสริมสตรี สันติภาพ และความมั่นคงในอาเซียน ได้แก่ การจัดการประชุมระดับภูมิภาคว่าด้วยการดำเนินการตามวาระด้านสตรี สันติภาพ และความมั่นคงในอาเซียน เป็นครั้งแรกเมื่อวันที่ 22 – 23 สิงหาคม 2562 ที่กรุงพนมเปญ โดยมุ่งส่งเสริมบทบาทของสตรีต่อความพยายามเพื่อสันติภาพและความสมานฉันท์ และการอบรมระดับภูมิภาคด้านสตรี สันติภาพ และความมั่นคง ณ กรุงจาการ์ตา ระหว่างวันที่ 8 – 10 เมษายน 2562 รวมทั้ง รับทราบด้วยความชื่นชมต่อความพยายามในการส่งเสริมผู้เจรจาสตรีภายในภูมิภาค เรายังสนับสนุนให้คณะกรรมาธิการบริหารของอาเซียน-ไอพีอาร์ สานต่อการหารือที่กำลังดำเนินอยู่ในประเด็นความยั่งยืนทางการเงินในระยะยาวของอาเซียน-ไอพีอาร์ เพื่อขับเคลื่อนการดำเนินงานและวัตถุประสงค์ของสถาบันต่อไป

24. เรารับทราบด้วยความชื่นชมต่อการจัดงานวันรณรงค์การดำเนินงานด้านทุ่นระเบิดสากล ปี ค.ศ. 2019 โดยศูนย์ทุ่นระเบิดภูมิภาคอาเซียน (อาร์แม็ค) ภายใต้แนวคิดหลัก “เพิ่มความตระหนักต่อวัตถุระเบิดซึ่งตกค้างจากสงคราม (อีอาร์ดับเบิลยู) เพื่อนำมาซึ่งสันติภาพ เสถียรภาพ และความเข้มแข็งในอาเซียน ผ่านเยาวชน” เมื่อวันที่ 3 – 4 เมษายน 2562 ที่กรุงพนมเปญ เราชื่นชมการประชุมหารือระดับชาติว่าด้วยโครงการศึกษาความเสี่ยงจากทุ่นระเบิด โดยการทำงานร่วมกันระหว่างผู้มีส่วนได้ส่วนเสียท้องถิ่นในกัมพูชา สปป.ลาว เมียนมา เวียดนามและไทย เรายังยินดีต่อการจัดประชุมเชิงปฏิบัติการว่าด้วยความเสมอภาคทางเพศและการเสริมสร้างความเข้มแข็งในเรื่องทุ่นระเบิด/อีอาร์ดับเบิลยูของอาเซียน เมื่อวันที่ 21 – 22 ตุลาคม 2562 ที่เวียงจันทน์ สปป. ลาว

25. เรารับทราบถึงผลสำเร็จในการเยือนติมอร์-เลสเตของคณะค้นหาข้อเท็จจริงจากประชาคมการเมืองและความมั่นคงอาเซียน (เอฟเอฟเอ็ม) ระหว่างวันที่ 3 – 5 กันยายน 2562 และสนับสนุนให้ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) และประชาคมสังคมและวัฒนธรรมอาเซียน (เอเอสซีซี) เร่งส่งคณะค้นหาข้อเท็จจริงของแต่ละเสาโดยเร็ว เรารับทราบเจตนารมณ์ทางการเมืองที่หนักแน่นของติมอร์-เลสเตในการเข้าเป็นสมาชิกของอาเซียน และยืนยันความมุ่งมั่นของเราที่จะสนับสนุนการพัฒนาของติมอร์-เลสเต อย่างต่อเนื่องผ่านความช่วยเหลือในการเสริมสร้างศักยภาพทั้งในระดับทวิภาคีและในระดับภูมิภาค

ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน

26. เรายินดีที่รับทราบว่าภูมิภาคอาเซียนยังคงรักษาผลการดำเนินงานเชิงบวกในด้านผลผลิต การค้า และการลงทุน โดยเศรษฐกิจของภูมิภาคเติบโตร้อยละ 5.2 ในปี 2561 ผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (จีดีพี) รวมทั้งภูมิภาคมีมูลค่า 3.0 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ ในปี 2561 ซึ่งส่งผลให้อาเซียนยังเป็นเศรษฐกิจขนาดใหญ่ลำดับที่ห้าของโลก เรารับทราบว่า การค้าสินค้าทั้งหมดในอาเซียนมีมูลค่า 2.8 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ ในปี 2561 โดยที่ร้อยละ 23 เป็นการค้าระหว่างกันในอาเซียน และการค้าบริการทั้งหมดในอาเซียน มีมูลค่า 778.6 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ในปี 2561 โดยที่ร้อยละ 15.7 เป็นการค้าระหว่างกันในอาเซียน ในส่วนของการลงทุน เรารับทราบว่าการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ (เอฟดีไอ) สู่อาเซียน มีมูลค่า 154.7 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ในปี 2561 ซึ่งทำสถิติสูงสุดกว่าที่ผ่านมา โดยที่ร้อยละ 15.9 เป็นการลงทุนระหว่างกันในอาเซียน อย่างไรก็ตาม เราตระหนักว่าแนวโน้มการเติบโตทางผลผลิต การค้า และการลงทุนในระดับภูมิภาคและระดับโลกยังคงซบเซา เนื่องจากความตึงเครียดทางการค้าที่ยืดเยื้อ และความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจ เราแสดงความห่วงกังวลอย่างยิ่งต่อความตึงเครียดทางการค้าระหว่างคู่ค้าที่สำคัญของเราและยืนยันความมุ่งมั่นอย่างแข็งขันของเราที่จะรักษาระบบการค้าพหุภาคีที่โปร่งใส เปิดกว้าง ครอบคลุม และตั้งอยู่บนพื้นฐานของกฎกติกา ตามที่ระบุในองค์การการค้าโลก (ดับเบิลยูทีโอ) เราตระหนักถึงความเร่งด่วนในการยืนยันการรักษาบทบาทสำคัญอย่างต่อเนื่องขององค์การการค้าโลก ผ่านการปฏิรูปที่เหมาะสมให้มั่นใจว่าระบบมีความครอบคลุมมากขึ้นและกลไกการท้างาน โดยเฉพาะกลไกการระงับข้อพิพาทยังคงมีประสิทธิภาพและมีความเข้มแข็งมากขึ้น โดยคำนึงถึงสภาพแวดล้อมทางเศรษฐกิจโลกที่เปลี่ยนแปลง

27. เรายินดีต่อการสรุปการเจรจาความตกลงหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจระดับภูมิภาค (อาร์เซป) และความมุ่งมั่นต่อการลงนามความตกลงอาร์เซ็ป ภายในปี 2563 อันจะเอื้ออำนวยต่อระบบการค้าระหว่างประเทศที่เปิดกว้าง มีส่วนร่วมและตั้งอยู่บนกฎกติกา รวมทั้งการขยายห่วงโซมูลค่าอย่างมีนัยสำคัญ

28. เรายินดีต่อความพยายามที่จะยกระดับความตกลงการค้าเสรีของอาเซียนที่มีอยู่ รวมถึง แต่ไม่จำกัดอยู่ที่การดำเนินการอย่างเต็มที่ตามพิธีสารแก้ไขกรอบความตกลงว่าด้วยความร่วมมือด้านเศรษฐกิจและความตกลง ในส่วนที่เกี่ยวข้องระหว่างอาเซียนและจีน (เอซีเอฟทีเอ) การเปิดเสรีรายการสินค้าอ่อนไหวภายใต้ความตกลงว่าด้วยการค้าสินค้าอาเซียน-สาธารณรัฐเกาหลี แผนงานสำหรับการเจรจาแก้ไขความตกลงเพื่อจัดตั้งเขตการค้าเสรีอาเซียน-ออสเตรเลีย-นิวซีแลนด์ (เอเอเอ็นซีเอฟทีเอ) และการทบทวนความตกลงว่าด้วยการค้าสินค้าอาเซียน-อินเดีย ให้ผู้ใช้เข้าใจ ใช้ง่าย และอำนวยความสะดวกทางการค้าให้กับธุรกิจมากขึ้น เราแสดงความขอบคุณต่อภาคีเอฟทีเอและหุ้นส่วนเพื่อการพัฒนาของอาเซียนสำหรับการสนับสนุนอย่างต่อเนื่องในความพยายามสร้างประชาคมอาเซียนผ่านโครงการความร่วมมือทางเศรษฐกิจต่าง ๆ ซึ่งได้จัดตั้งภายใต้ความตกลงการค้าเสรีอาเซียนบวกหนึ่ง เรายินดีต่อกิจกรรมความร่วมมือทางเศรษฐกิจ ซึ่งดำเนินการโดยประเทศคู่เจรจาของอาเซียน เพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับอาเซียนต่อความท้าทาย และโอกาสที่เกิดจากการปฏิวัติอุตสาหกรรม ครั้งที่ 4 รวมทั้งเสริมสร้างศักยภาพและความพร้อมของอาเซียนในการก้าวเข้าสู่เศรษฐกิจดิจิทัล

29. เรายินดีต่อความคืบหน้าในการดำเนินการผลักดันประเด็นสำคัญด้านเศรษฐกิจภายใต้การเป็นประธานอาเซียนของไทย ในเรื่องตัวขับเคลื่อนทางยุทธศาสตร์ว่าด้วยการมองไปสู่อนาคต เราระลึกถึงการที่ผู้นำรับทราบว่าอาเซียนจะต้องมีความพร้อมและความสามารถที่จะใช้ประโยชน์จากการปฏิวัติอุตสาหกรรม ครั้งที่ 4 ได้อย่างเต็มที่ โดยเราได้ออก ‘ปฏิญญาอาเซียนว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงอุตสาหกรรมของอาเซียนไปสู่อุตสาหกรรม 4.0’ ซึ่งยืนยันเจตนารมณ์ของอาเซียนในการขับเคลื่อนอุตสาหกรรม 4.0 ผ่านการพัฒนายุทธศาสตร์อาเซียนอย่างบูรณาการว่าด้วยการปฏิวัติอุตสาหกรรม ครั้งที่ 4 รวมถึงการพิจารณาความเป็นไปได้ในการจัดตั้งกลไกใหม่ ๆ และระบบที่เปิดกว้างในการสนับสนุนรัฐบาล ภาควิชาการ และอุตสาหกรรมที่จะเร่งการปรับเปลี่ยนอุตสาหกรรมอาเซียนไปสู่อุตสาหกรรม 4.0 เรายินดีที่รับทราบถึงการรับรอง ‘แผนการดำเนินงานตามกรอบบูรณาการด้านดิจิทัลของอาเซียน (ดีไอเอฟเอพี) ปี ค.ศ. 2019 – 2025’ ‘แนวทางการพัฒนาแรงงานมีทักษะ/ผู้ประกอบวิชาชีพเพื่อรับมือกับการปฏิวัติอุตสาหกรรม ครั้งที่ 4’ ‘ปฏิญญาอาเซียนว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงอุตสาหกรรมของอาเซียนไปสู่อุตสาหกรรม 4.0’ และ ‘แนวทางการส่งเสริมการใช้ดิจิทัลสำหรับผู้ประกอบการรายย่อยในอาเซียน’ ในที่ประชุมรัฐมนตรีเศรษฐกิจอาเซียน (เออีเอ็ม) ครั้งที่ 51 เมื่อเดือนกันยายน 2562 และการเห็นชอบ ‘ดีไอเอฟเอพี ค.ศ. 2019-2025’ และมุ่งหวังถึงการรับรอง ‘แผนงานด้านนวัตกรรมของอาเซียน ค.ศ. 2019 – 2025’ โดยคณะมนตรีประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน เรายินดีต่อการแลกเปลี่ยนหนังสือรับรองถิ่นกำเนิดสินค้าแบบอิเล็กทรอนิกส์ ตามความตกลงการค้าสินค้าของอาเซียน (อาทิกา) ผ่านทางระบบศุลกากรอิเล็กทรอนิกส์ ณ จุดเดียวของอาเซียน (เอเอสดับเบิลยู) ของ 7 ประเทศสมาชิกอาเซียน และมุ่งหวังว่าประเทศสมาชิกอาเซียนที่เหลือจะเข้าร่วมภายในปีนี้ เราชื่นชมการเปิดตัวกองทุนทางการเงินที่ขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรม ได้แก่ กองทุนการเงินแบบทั่วถึงและกองทุนการเงินสีเขียวของอาเซียน (เอซีจีเอฟ) ภายใต้กองทุนเพื่อการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานในภูมิภาคอาเซียน โดยที่กองทุนเอซีจีเอฟซึ่งมีมูลค่าถึง 1.3 พันล้านดอลลาร์จากการสนับสนุนของหุ้นส่วนการพัฒนาสีเขียว ตั้งใจจะเร่งให้ภาคเอกชนร่วมทุนในโครงการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานสีเขียวในอาเซียน เรามุ่งหวังถึงการรับรอง ‘แผนแม่บทด้านการท่องเที่ยวเชิงอาหารของอาเซียน’ โดยรัฐมนตรีการท่องเที่ยวอาเซียน ในปี 2562 ซึ่งจะเป็นแนวปฏิบัติอันเป็นเลิศด้านอาหารที่ไม่ผูกพันระหว่างประเทศสมาชิกอาเซียน นอกจากนี้ เรารับทราบความคืบหน้าในการพัฒนาแนวปฏิบัติว่าด้วยความร่วมมือในการชำระเงินสกุลท้องถิ่น ในเรื่องตัวขับเคลื่อนทางยุทธศาสตร์ว่าด้วยความยั่งยืนเพื่อทุกฝ่าย เราชื่นชมการเห็นชอบแผนงาน เพื่อการพัฒนาตลาดทุนอาเซียนอย่างยั่งยืน และการลงนามบันทึกความเข้าใจ (เอ็มโอยู) ระหว่างศูนย์พลังงานอาเซียน (เอซีอี) และสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) เมื่อวันที่ 5 กันยายน 2562 เพื่อสนับสนุนการใช้ประโยชน์จากเชื้อเพลิงชีวภาพที่มากขึ้น การพัฒนาความสามารถของทรัพยากรมนุษย์ และการดำเนินงานเพื่อจัดตั้งศูนย์อาเซียนเพื่อการวิจัยและเครือข่ายด้านการพัฒนา ว่าด้วยเชื้อเพลิงชีวภาพและพลังงานชีวภาพในภูมิภาค เรายังยินดีต่อการเริ่มต้นศึกษาความเป็นไปได้เกี่ยวกับการจัดทำนโยบายประมงอาเซียน และรับทราบถึงการรับรองข้อเสนอแนวคิดว่าด้วยการจัดตั้งเครือข่ายอาเซียนเพื่อต่อต้านการทำประมงที่ผิดกฎหมาย ขาดการรายงาน และไร้การควบคุม (ไอยูยู) โดยที่ประชุมรัฐมนตรีอาเซียนด้านการเกษตรและป่าไม้ (อามาฟ) ครั้งที่ 41

30. เรายืนยันเจตนารมณ์ของเราในการสร้างอาเซียนให้เป็นภูมิภาคที่เชื่อมโยงและบูรณาการกันมากขึ้น โดยใช้ประโยชน์จากโอกาสของเศรษฐกิจดิจิทัลและความเชื่อมโยงของห่วงโซ่มูลค่าโลก เรามุ่งหวังถึงข้อริเริ่มเพิ่มเติมในการขจัดอุปสรรคทางการค้าที่มิใช่ภาษี (เอ็นทีบี) ในภูมิภาค ผ่านการดำเนินการตามหลักการที่ระบุไว้ในแนวทางการลดมาตรการกีดกันทางการค้าที่ไม่ใช่ภาษี (เอ็นทีเอ็ม) เรามุ่งหวังถึงการลงนามในความตกลงยอมรับร่วม (เอ็มอาร์เอ) ผลการตรวจสอบและรับรองมาตรฐานผลิตภัณฑ์ยานยนต์ และชิ้นส่วนของอาเซียน (เอพีเอ็มอาร์เอ) และยินดีต่อการรับรองแนวปฏิบัติที่ดีด้านกฎระเบียบของอาเซียน (จีอาร์พี) สำหรับกฎระเบียบทางเทคนิค รวมถึงหลักการอาเซียนว่าด้วยการปรับกฎระเบียบที่เกี่ยวข้องกับการค้าให้สอดคล้องกัน เราชื่นชมการผลักดันให้เกิดความร่วมมือด้านสิทธิบัตรโดยประเทศสมาชิกอาเซียน 9 ประเทศ เพื่อยื่นจดทะเบียนสิ่งประดิษฐ์ที่เกี่ยวกับปัญญาประดิษฐ์ (เอไอ) ผ่านโครงการแลกเปลี่ยนผลการตรวจสอบสิทธิบัตรของอาเซียน (แอสเปค) การเร่งรัดด้านโครงสร้างพื้นฐานและการผลิตภายใต้อุตสาหกรรม 4.0 (แอสเปค-เอไอเอ็ม) และการดำเนินการตามกรอบการกำกับดูแลข้อมูลดิจิทัลอาเซียนอย่างต่อเนื่อง เราตระหนักว่าเทคโนโลยีเป็นเครื่องมือทางยุทธศาสตร์ในการเข้าถึงบริการทางการเงิน และยินดีต่อการเผยแพร่บันทึกแนวทางสองฉบับ ได้แก่บันทึกแนวทางว่าด้วยการให้การศึกษาทางการเงินและการคุ้มครองผู้บริโภค และบันทึกแนวทางว่าด้วยการให้บริการทางการเงินดิจิทัล ซึ่งจะเป็นแนวทางสำหรับการดำเนินกิจกรรมเพื่อส่งเสริมการเข้าถึงบริการทางการเงินดิจิทัล การให้การศึกษาทางการเงินดิจิทัล โดยมุ่งเน้นการสร้างทักษะด้านการเงินดิจิทัลและการคุ้มครองผู้บริโภคในภูมิภาค เรายินดีต่อการลงนามในพิธีสารแก้ไขข้อตกลงยอมรับร่วมกันในคุณสมบัติของบุคลากรวิชาชีพท่องเที่ยวอาเซียน (เอ็มอาร์เอ-ทีพี) ซึ่งจะช่วยให้บุคลากรวิชาชีพท่องเที่ยวได้รับการรับรองมากขึ้น และส่งเสริมการเคลื่อนย้ายในภูมิภาคของบุคลากรด้านการท่องเที่ยวซึ่งผ่านการรับรอง และยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของภาคการท่องเที่ยว

31. เรารับทราบการดำเนินงานเพื่อส่งเสริมการพัฒนาเศรษฐกิจอย่างยั่งยืนในสาขาต่าง ๆ เราชื่นชมความพยายามอย่างต่อเนื่องเพื่อเสริมสร้างการบูรณาการด้านพลังงานของภูมิภาคที่ยั่งยืนและส่งเสริมการค้าพลังงานพหุภาคี ในระบบเชื่อมโยงไฟฟ้าอาเซียนผ่านการสรุปผลการศึกษาความเป็นไปได้ว่าด้วยการค้าพลังงานพหุภาคี และการศึกษาเชิงวิเคราะห์การรวมกลุ่มด้านพลังงานทดแทนในอาเซียนว่าด้วยการบูรณาการด้านพลังงานทดแทน ในการค้าพลังงานข้ามแดน และมุ่งหวังจะดำเนินการให้ลุล่วงตามข้อเสนอแนะในปี 2563 เรายินดีที่ภูมิภาคบรรลุเป้าหมายการลดความเข้มข้นในการใช้พลังงาน ร้อยละ 30 ภายในปี 2568 (เปรียบเทียบกับปี 2548) และยินดีต่อความพยายามที่เพิ่มขึ้นในการบรรลุเป้าหมายที่มุ่งหวังในการเพิ่มสัดส่วนการใช้พลังงานหมุนเวียนเป็นร้อยละ 23 ของการใช้พลังงานทั้งหมดในอาเซียน ภายในปี 2568 นอกจากนี้ เรามุ่งมั่นที่จะเสริมสร้างความร่วมมือในการต่อต้านการลักลอบค้าพืชป่าและสัตว์ป่าผิดกฎหมายโดยเฉพาะ (1) นโยบายการค้าพืชป่าและสัตว์ป่าระดับภูมิภาคและระดับโลก (2) การลดอุปสงค์ (3) การบังคับใช้กฎหมาย และ (4) การลักลอบค้าพืชป่าและสัตว์ป่าผิดกฎหมายทางไซเบอร์

32. เราเน้นย้้าความจำเป็นในการรับรองว่า ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนมีการดำเนินงานที่ครอบคลุม เปิดกว้างต่อการมีส่วนร่วม และก่อให้เกิดประโยชน์อย่างแท้จริงต่อประชาชน เราชื่นชมความพยายามของทั้งภาครัฐและภาคเอกชนซึ่งสัมฤทธิผลในการประชุมผู้นำธุรกิจแบบมีส่วนร่วมอาเซียน ครั้งที่ 2 เมื่อวันที่ 1 พฤศจิกายน 2562 ในการสร้างโอกาสทางธุรกิจและปรับปรุงให้วิสาหกิจขนาดกลาง ขนาดย่อม และรายย่อย (เอ็มเอสเอ็มอี) สามารถดำเนินการตามวิถีการพัฒนาทางเศรษฐกิจและสังคมแนวใหม่ เรารับทราบถึงการมีส่วนร่วมอย่างเข้มแข็งของสภาที่ปรึกษาธุรกิจอาเซียน (อาเซียน-แบ็ค) และภาคีจากสภาธุรกิจร่วม และเรียกร้องให้มีการทำงานร่วมกันมากขึ้นระหว่างวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดใหญ่กับรัฐบาล เพื่อส่งเสริมให้เกิดการทำธุรกิจแบบมีส่วนร่วมผ่านการวางกฎระเบียบที่เอื้ออำนวย เสริมสร้างโอกาสในการเข้าถึงทรัพยากรทางการเงิน การศึกษา รวมทั้งสร้างศักยภาพให้แก่ผู้ประกอบการและชุมชนด้อยโอกาส เราสนับสนุนข้อริเริ่มของอาเซียน-แบ็ค รวมถึงข้อริเริ่มการเสริมสร้างความเข้มแข็งและการพัฒนามนุษย์ของอาเซียนสู่อุตสาหกรรม 4.0 (อะเฮด 4.0) ความเชื่อมโยงทางการค้าดิจิทัล และเครือข่ายความเป็นพี่เลี้ยงให้แก่ผู้ประกอบการวิสาหกิจขนาดกลาง ขนาดย่อม และรายย่อย ซึ่งจะช่วยเตรียมความพร้อมสำหรับอาเซียนในการรับมือผลกระทบจากการปฏิวัติอุตสาหกรรม ครั้งที่ 4 และสำหรับอนาคตในระยะยาว เรายืนยันความสำคัญในการเสริมสร้างการเข้าหาและการสื่อสารกับผู้มีส่วนได้ส่วนเสียต่าง ๆ เพื่อชี้แจงข้อมูลและสถานะล่าสุดของการดำเนินงานภายใต้ข้อริเริ่ม รวมถึงโอกาสที่มีในประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน เรายินดีต่อการเผยแพร่รายงานบูรณาการของอาเซียน ค.ศ. 2019 ซึ่งแสดงพัฒนาการที่สำคัญในการดำเนินการตามแผนงานประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน ค.ศ. 2025 เรายินดีต่อการเห็นชอบเอกสารแนวคิดสำหรับการประเมินผลครึ่งแผนของแผนงานฯ โดยคณะมนตรีประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน และมุ่งหวังต่อการบรรลุการประเมินโดยส้านักเลขาธิการอาเซียน ในช่วงปี 2563 ถึงต้นปี 2564

33. เรารับทราบความห่วงกังวลอย่างยิ่งของประเทศสมาชิกอาเซียนบางประเทศต่อประเด็นเกี่ยวกับการเข้าสู่ตลาดและการปฏิบัติต่อน้้ามันปาล์มอย่างไม่เป็นธรรม ซึ่งจะมีผลกระทบเชิงลบต่อประเทศผู้ผลิตน้้ามันปาล์ม และความพยายามอย่างยิ่งยวดของประเทศเหล่านี้เพื่อบรรลุเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (เอสดีจี) ความยั่งยืนของน้้ามันปาล์ม และการปกป้องสิ่งแวดล้อม เรายืนยันที่จะสนับสนุนความพยายามของประเทศสมาชิกอาเซียนเหล่านี้ ในการรับมือกับประเด็นความยั่งยืนของน้้ามันปาล์ม รวมถึงการมีปฏิสัมพันธ์กับภาคีที่เกี่ยวข้อง

ประชาคมสังคมและวัฒนธรรมอาเซียน

34. เรารับทราบถึงการเห็นชอบกรอบผลลัพธ์ของแผนงานประชาคมสังคมและวัฒนธรรมอาเซียน ค.ศ. 2025 และการดำเนินการที่จะเกิดขึ้นในเร็ว ๆ นี้ รวมถึงการรวบรวมข้อมูลพื้นฐานและการฝึกอบรมเจ้าหน้าที่ ติดตามและประเมินผล เรายังรับทราบว่า การประเมินผลกึ่งวาระ (เอ็มทีอี) ระหว่างปี 2559 – 2563 จะเริ่มต้นขึ้นเพื่อติดตามและประเมินผลความคืบหน้าของแผนงานประชาคมสังคมและวัฒนธรรมอาเซียน ค.ศ. 2025 ตามที่ได้กำหนดไว้ในแผนงานฯ เรารับทราบถึงความพยายามของประชาคมสังคมและวัฒนธรรมอาเซียนในการเสริมสร้างความเข้มแข็งของการดำเนินงานระหว่างสาขาและระหว่างเสาผ่านข้อริเริ่ม เช่น การพัฒนามุมมองการพัฒนาอาเซียน

35. เรายืนยันเจตนารมณ์ในการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ของทุกประเทศและของภูมิภาค ซึ่งถือเป็นองค์ประกอบสำคัญในการขับเคลื่อนขีดความสามารถในการแข่งขัน ความมั่งคั่ง และความเข้มแข็งเพื่ออนาคตที่ยั่งยืน ท่ามกลางความท้าทายที่เกิดจากการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วด้านประชากร ด้านสิ่งแวดล้อม และด้านเทคโนโลยี ในการนี้ เราได้รับรองปฏิญญากรุงเทพฯ ว่าด้วยการเสริมสร้างความเป็นหุ้นส่วนทางการศึกษาเพื่อบรรลุซึ่งเป้าหมายตามวาระการพัฒนาที่ยั่งยืน ค.ศ. 2030 ในอาเซียน และแผนปฏิบัติการภูมิภาคว่าด้วยการเสริมสร้างความเข้มแข็งด้านการศึกษาให้แก่เด็กและเยาวชนที่ตกหล่น ซึ่งแสดงถึงความตั้งใจแน่วแน่ในการสร้างโอกาสที่เท่าเทียมและเพิ่มโอกาสในการเข้าถึงการศึกษาที่มีคุณภาพและครอบคลุม และการเรียนรู้ตลอดชีวิต เรารับทราบความคืบหน้าของข้อริเริ่มระดับภูมิภาคโดยรัฐมนตรีศึกษาเกี่ยวกับการอุดมศึกษา การเคลื่อนย้ายนักเรียน ทุนการศึกษา การผลิตและพัฒนากำลังคนอาชีวศึกษา (ทีเว็ต) และการมีปฏิสัมพันธ์กับภาคอุตสาหกรรมและผู้มีส่วนได้ส่วนเสียอื่น ๆ เรายินดีต่อการจัดการประชุมระดับสูงของอาเซียนว่าด้วยการพัฒนาทุนมนุษย์ ที่กรุงเทพฯ เมื่อวันที่ 9 กันยายน 2562 โดยมีธนาคารโลกและยูนิเซฟเป็นผู้จัดร่วม ทั้งนี้ การประชุมดังกล่าวเป็นผลสืบเนื่องจากการรวมตัวของผู้นำอาเซียน ที่บาหลี ในปี 2561 เรายินดีต่อความคืบหน้าในการสร้างความร่วมมือระดับภูมิภาคว่าด้วยประเด็นทีเว็ต นอกจากนี้ด้วยความตระหนักถึงความสำคัญของสุขภาพที่ดีต่อการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ เรามุ่งหวังให้มีข้อริเริ่มระดับภูมิภาคซึ่งดำเนินการแบบมีส่วนร่วมจากทุกภาคส่วนของสังคมและทุกภาคส่วนของรัฐบาล ในการส่งเสริมการใช้ชีวิตแบบวิถีสุขภาพดีและเสริมสร้างระบบสุขภาพ รวมถึงการบรรลุการประกันสุขภาพถ้วนหน้า เรายินดีที่รับทราบถึงความคืบหน้าของข้อริเริ่มโดยรัฐมนตรีแรงงานอาเซียน รวมถึงการจัดตั้งฐานข้อมูลสถิติการจ้างงานอย่างไม่เป็นทางการของอาเซียน เพื่อสนับสนุนการพัฒนานโยบายที่มีหลักฐานรองรับ ซึ่งจะนำไปสู่การส่งเสริมงานที่มีคุณค่าในอาเซียน และด้วยความตระหนักถึงความสำคัญในการเตรียมความพร้อมภาคส่วนราชการพลเรือนให้มีศักยภาพ ประสิทธิภาพ และสามารถตอบสนองในยุคดิจิทัลได้ เรายินดีต่อการรับรองแถลงการณ์อาเซียนว่าด้วยการส่งเสริมธรรมาภิบาลและการเร่งยกระดับภาคราชการพลเรือนในยุคดิจิทัล โดยผู้นำภาคราชการพลเรือนอาเซียนเพื่อส่งเสริมธรรมาภิบาลที่ดีในข้าราชการในทุกระดับ

36. เรายืนยันความมุ่งมั่นที่จะส่งเสริมการมีส่วนร่วมและความเคารพต่อสิทธิ โดยเฉพาะ สิทธิผู้สูงอายุ สตรี เด็ก และผู้พิการ เพื่อเสริมสร้างประชาคมอาเซียนที่ไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง เรายินดีต่อความสำเร็จในการจัดตั้งศูนย์ฝึกอบรมอาเซียนด้านสังคมสงเคราะห์และสวัสดิการสังคม (เอทีซีเอสดับเบิลยู) และศูนย์อาเซียนเพื่อผู้สูงวัยอย่างมีศักยภาพและนวัตกรรม (อาไค) และมุ่งหวังต่อการผนึกกำลังที่เข้มแข็งยิ่งขึ้นระหว่างอาไคกับองค์กรเฉพาะสาขาของอาเซียนที่เกี่ยวข้อง ในการเสริมสร้างความรู้ นวัตกรรม และสนับสนุนนโยบายเพื่อการสูงวัยอย่างมีศักยภาพ และการดำเนินการตามแผนปฏิบัติการระดับภูมิภาคของอาเซียน เพื่อดำเนินการตามปฏิญญากัวลาลัมเปอร์ว่าด้วยเรื่องผู้สูงอายุ: การเพิ่มขีดความสามารถของผู้สูงอายุในอาเซียนเรายืนยันความมุ่งมั่นที่จะดำเนินการตามอนุสัญญาว่าด้วยสิทธิเด็ก (ซีอาร์ซี) ภายใต้ข้อสงวนของแต่ละประเทศสมาชิก ซึ่งประเทศสมาชิกอาเซียนทุกประเทศได้ให้สัตยาบันแล้วอย่างเต็มที่ นอกจากนี้ โอกาสครบรอบ 30 ปีของการดำเนินการตามซีอาร์ซีได้นำมาสู่โอกาสและความท้าทายใหม่สำหรับภูมิภาคของเรา ในการรับรองว่าสิทธิและสวัสดิการของเด็กทุกคนในอาเซียนจะได้รับการตระหนักถึง ยอมรับ คุ้มครองและส่งเสริม เรารับรองปฏิญญาว่าด้วยการคุ้มครองเด็กจากการแสวงหาผลประโยชน์ในสื่อออนไลน์ในอาเซียน เรายังรับทราบความคืบหน้าในการดำเนินการตามแผนบูรณาการสิทธิคนพิการอาเซียน ค.ศ. 2025 และชื่นชมการจัดการประชุมภาครัฐ-ภาคเอกชน-ภาคประชาชนว่าด้วยแผนบูรณาการสิทธิคนพิการอาเซียน ค.ศ. 2025 ที่สิงคโปร์ เราสนับสนุนวิสัยทัศน์ของสมาพันธ์สตรีอาเซียน (เอซีดับเบิลยูโอ) ที่จะยกระดับเครือข่ายเพื่อผสานการใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีอัจฉริยะเพื่อสตรี เพื่อส่งเสริมคุณภาพชีวิตในวัยชราของสตรี และเพื่อเพิ่มอำนาจของสตรีในระบบเศรษฐกิจ

37. เรารับทราบการบรรยายสรุปโดยเมียนมาเกี่ยวกับสถานการณ์ในรัฐยะไข่ เราเน้นย้ำการสนับสนุนบทบาทที่เข้มแข็งและเป็นที่ประจักษ์ของอาเซียนในการสนับสนุนเมียนมาด้านการให้ความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรม การอำนวยความสะดวกให้กับกระบวนการส่งกลับผู้พลัดถิ่น และการส่งเสริมการพัฒนาที่ยั่งยืนในรัฐยะไข่ เรายินดีต่อโอกาสในการสื่อสารกับผู้พลัดถิ่นในคอกซ์ บาซาร์ให้รับทราบถึงความพยายามของอาเซียนในการอำนวยความสะดวกต่อกระบวนการส่งกลับผู้พลัดถิ่น เราชื่นชมความพยายามของเลขาธิการอาเซียน ในการนำการปฏิบัติตามข้อเสนอแนะของการประเมินความต้องการเบื้องต้น (พีเอ็นเอ) ของทีมประเมินสถานการณ์เคลื่อนที่เร็วฉุกเฉินอาเซียน (อีแรต) เพื่ออำนวยความสะดวกการส่งกลับผู้พลัดถิ่นในรัฐยะไข่ เรายินดีต่อผลลัพธ์การประชุมคณะทำงานด้านเทคนิค ครั้งที่ 2 เมื่อวันที่ 29 ตุลาคม 2562 ที่กรุงเนปยีดอ รวมทั้งการจัดลำดับความสำคัญของโครงการเพื่อดำเนินการตามข้อเสนอแนะของพีเอ็นเอ ในการเสริมสร้างความสามารถของศูนย์แรกรับและศูนย์พักรอ การเสริมสร้างความเข้มแข็งของการเผยแพร่ข้อมูล และการสนับสนุนการให้บริการพื้นฐานในรัฐยะไข่เป็นขั้นแรก และมุ่งหวังถึงการดำเนินการอื่น ๆ ต่อไป เราสนับสนุนข้อเสนอของเลขาธิการอาเซียนที่จะจัดตั้งทีมสนับสนุนเฉพาะกิจของสำนักงานเลขาธิการอาเซียนขึ้น เพื่อมุ่งเน้นการดำเนินการตามข้อเสนอแนะของการประเมินความต้องการเบื้องต้น เรารับทราบถึงการเตรียมการและมุ่งหวังต่อการประเมินความต้องการอย่างครอบคลุม (ซีเอ็นเอ) เราเน้นย้ำความสำคัญของการพิจารณาสาขาความร่วมมือที่เป็นไปได้กับประเทศคู่เจรจาของอาเซียนในการสนับสนุนภารกิจของอาเซียนในรัฐยะไข่ ซึ่งรวมถึงโครงการที่ได้จัดลำดับความสำคัญเพื่ออำนวยความสะดวกต่อกระบวนการส่งกลับผู้พลัดถิ่น

38. เราสนับสนุนการหารืออย่างต่อเนื่องและมีประสิทธิภาพระหว่างรัฐบาลเมียนมาและรัฐบาลบังคลาเทศ เพื่ออำนวยความสะดวกต่อกระบวนการส่งกลับผู้พลัดถิ่นจากรัฐยะไข่ เราระลึกถึงความตกลงว่าด้วยการส่งกลับผู้พลัดถิ่นจากรัฐยะไข่ระหว่างรัฐบาลเมียนมาและรัฐบาลบังกลาเทศ ซึ่งลงนามในปี 2560 และมุ่งหวังถึงการส่งกลับผู้พลัดถิ่นโดยสมัครใจ ปลอดภัย มั่นคง และมีศักดิ์ศรี เราสนับสนุนการดำเนินการตามแนวทางสามข้อจากการประชุมรัฐมนตรีต่างประเทศอย่างไม่เป็นทางการระหว่างเมียนมา บังกลาเทศ และจีน เมื่อวันที่ 23 กันยายน 2562 ที่นครนิวยอร์ก เพื่ออำนวยความสะดวกต่อการดำเนินการ ตามข้อตกลงทวิภาคีว่าด้วยกระบวนการส่งกลับผู้พลัดถิ่นระหว่างเมียนมาและบังคลาเทศ เราเน้นย้ำความจำเป็นในการหาแนวทางแก้ไขปัญหาที่ครอบคลุมและยั่งยืนเพื่อแก้ไขต้นเหตุของความขัดแย้งและสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้ออำนวยเพื่อให้ชุมชนที่ได้รับผลกระทบสามารถเริ่มต้นชีวิตใหม่ได้ เราสนับสนุนให้เมียนมาสานต่อการดำเนินการตามข้อเสนอแนะที่เหลืออยู่ตามรายงานฉบับสุดท้ายของคณะที่ปรึกษารัฐยะไข่ เราคาดหวังว่าคณะกรรมการอิสระเพื่อค้นหาข้อเท็จจริงซึ่งจัดตั้งโดยรัฐบาลเมียนมา จะดำเนินการสืบสวนหาความรับผิดชอบในประเด็นการละเมิดสิทธิมนุษยชนและประเด็นที่เกี่ยวข้องอย่างอิสระและยุติธรรมเรายังยืนยันการสนับสนุนของอาเซียนอย่างต่อเนื่องต่อความพยายามของเมียนมาในการสร้างสันติภาพ เสถียรภาพ และหลักนิติธรรม เพื่อส่งเสริมความสมานฉันท์และความปรองดองระหว่างชุมชนต่าง ๆ รวมถึงเพื่อรับประกันการพัฒนาที่ยั่งยืนและเท่าเทียมในรัฐยะไข่

39. เรายินดีต่อความคืบหน้าในการเสริมสร้างการคุ้มครองและความร่วมมือด้านสิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะอย่างยิ่งด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ขยะทะเล และมลพิษหมอกควันข้ามพรมแดน เราเน้นย้ำความมุ่งมั่นของเราในการดำเนินการตามพันธกรณีภายใต้ความตกลงปารีส ดำเนินมาตรการบรรเทาผลกระทบ และการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศอย่างมีประสิทธิภาพ เสริมสร้างเวทีการแลกเปลี่ยนนโยบายทางวิทยาศาสตร์ และใช้แนวทางที่มีประชาชนในทุกช่วงวัยเป็นศูนย์กลาง และทำเพื่อประโยชน์ของประชาชน ในการแก้ไขปัญหาสภาพภูมิอากาศ เพื่อเน้นย้ำเจตนารมณ์ของเราต่ออนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (ยูเอ็นเอฟซีซีซี) เราได้กล่าวแถลงการณ์ร่วมอาเซียนว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่การประชุมระดับผู้นำว่าด้วยการดำเนินการด้านสภาพภูมิอากาศ เมื่อวันที่ 23 กันยายน 2562 ที่นครนิวยอร์ก และเราได้รับรองแถลงการณ์ร่วมอาเซียนว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ สำหรับการประชุมรัฐภาคีอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ สมัยที่ 25 (คอป 25) ที่สเปน ด้วยตระหนักถึงความจำเป็นเร่งด่วนในการท้างานร่วมกันในภูมิภาคอย่างแข็งขันระหว่างประเทศสมาชิกอาเซียนกับประเทศคู่เจรจาเพื่อแก้ปัญหาขยะทะเลได้อย่างมีประสิทธิภาพ เรามุ่งหวังต่อการดำเนินงานโดยเร็วตามปฏิญญากรุงเทพฯ ว่าด้วยการต่อต้านขยะทะเลในภูมิภาคอาเซียนและกรอบการปฏิบัติงานอาเซียนว่าด้วยขยะทะเล เราแสดงความห่วงกังวลต่อสถานการณ์ในฤดูแล้งที่ผ่านมาและมลพิษหมอกควันข้ามพรมแดน ซึ่งส่งผลกระทบต่อประเทศสมาชิกอาเซียนหลายประเทศในปีนี้ เรายืนยันความมุ่งมั่นที่เข้มแข็งต่อข้อตกลงอาเซียนว่าด้วยมลพิษจากหมอกควันข้ามแดน และแผนงานความร่วมมืออาเซียนเพื่อนำไปสู่การควบคุมมลพิษจากหมอกควันข้ามแดน พร้อมแนวทางการปฏิบัติตามแผนงานเพื่อก้าวสู่วิสัยทัศน์การเป็นภูมิภาคปลอดหมอกควันภายในปี ค.ศ. 2020 เรารับทราบด้วยความชื่นชมต่อข้อริเริ่มและการปฏิบัติต่าง ๆ ซึ่งได้ดำเนินการโดยประเทศสมาชิกอาเซียนและศูนย์เชี่ยวชาญด้านอุตุนิยมวิทยาเฉพาะทางอาเซียน ตลอดจนความพยายามอย่างต่อเนื่องในการเสริมสร้างศักยภาพของประเทศและความร่วมมือระดับภูมิภาค ในการประเมินผล การป้องกัน การบรรเทา และการจัดการอัคคีภัยภาคพื้นดินและ/หรือ เขตป่าไม้ ตลอดจนปัญหาหมอกควันที่ตามมา เราเรียกร้องให้ประเทศสมาชิกอาเซียนเพิ่มมาตรการป้องกันและกระบวนการดับไฟฉุกเฉิน เพื่อบรรเทาปัญหาไฟป่า และเพื่อลดการเกิดหมอกควันข้ามพรมแดนในช่วงฤดูแล้ง เรารับทราบความคืบหน้าในการสรุปข้อตกลงการจัดตั้งและความตกลงของประเทศเจ้าบ้านต่อศูนย์ประสานงานอาเซียนเพื่อควบคุมมลพิษจากหมอกควันข้ามแดน (เอซีซี ทีเอชพีซี)ในอินโดนีเซีย

40. เรายินดีต่อการลงนามเอ็มโอยูระหว่างอาเซียนและสหพันธ์ฟุตบอลระหว่างประเทศ (ฟีฟ่า) ซึ่งจะสนับสนุนความร่วมมือด้านฟุตบอล และเกื้อกูลความพยายามของอาเซียนในการเสนอตัวเป็นเจ้าภาพร่วมจัดการแข่งขันฟุตบอลโลก ค.ศ. 2034

41. เรารับทราบถึงการจัดกิจกรรมทางวัฒนธรรมในอาเซียนและ ‘กิจกรรมวัฒนธรรมสัญจรอาเซียนสู่โลก’ ซึ่งจัดขึ้นในทวีปยุโรปและสาธารณรัฐเกาหลี เพื่อเป็นส่วนหนึ่งในการเฉลิมฉลองปีแห่งวัฒนธรรมอาเซียน ค.ศ. 2019 เรามุ่งหวังต่อการจัดกิจกรรมวัฒนธรรมสัญจรและนิทรรศการในประเทศจีนและญี่ปุ่น เพื่อเป็นการเผยแพร่วัฒนธรรมอาเซียนสู่สายตานานาประเทศมากขึ้น นอกจากนี้ เพื่อส่งเสริมวัฒนธรรมแห่งสันติภาพและความเข้าใจในความหลากหลายทางวัฒนธรรมในการเสริมสร้างอัตลักษณ์ของภูมิภาค เราชื่นชมความพยายามและความคืบหน้าภายใต้การเป็นประธานของอินโดนีเซียในที่ประชุมรัฐมนตรีอาเซียนที่กำกับดูแลงานด้านวัฒนธรรมและศิลปะ (อัมกา) และที่ประชุมเจ้าหน้าที่อาวุโสที่กำกับดูแลงานด้านวัฒนธรรมและศิลปะ (ซอมกา) ระหว่างปี 2561 – 2563 เพื่อจัดตั้ง“เรื่องเล่าอัตลักษณ์อาเซียน” และเชิญชวนให้ประเทศคู่เจรจาสนับสนุนข้อริเริ่มนี้ เรายังสนับสนุนการกำหนดให้ปี 2563 เป็นปีแห่ง
อัตลักษณ์อาเซียน

42. เรารับทราบความพยายามอย่างต่อเนื่องของมูลนิธิอาเซียนในการดำเนินความเป็นหุ้นส่วนกับภาคเอกชน เพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับอนาคตแก่เยาวชนอาเซียน โดยการพัฒนาทักษะดิจิทัลผ่านข้อริเริ่ม เช่น โครงการนวัตกรรมดิจิทัลอาเซียนและโครงการนักสำรวจด้วยวิทยาศาสตร์ข้อมูลอาเซียน รวมทั้งการส่งเสริมกิจกรรมอาสาสมัครผ่านโครงการเสริมสร้างศักยภาพของเยาวชนทั่วอาเซียน เพื่อเสริมสร้างสายสัมพันธ์ระหว่างชุมชน เราตระหนักว่าการประชุมอาเซียนจำลองของมูลนิธิอาเซียนจะยังเสริมสร้างการมีส่วนร่วม และปฏิสัมพันธ์จากเยาวชนอย่างต่อเนื่อง โดยการพัฒนาทักษะความเป็นผู้นำและทักษะด้านสังคมเราชื่นชมการดำเนินการของทุนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีอาเซียน ในการสร้างสรรค์วิธีแก้ไขปัญหาอย่างมีนวัตกรรม เพื่อรับมือกับความท้าทายทางสังคมและเศรษฐกิจ และความพยายามของโครงการสนับสนุนองค์กรชาวนาอาเซียนเพื่อพัฒนาแผนงานอาเซียนเพื่อเสริมสร้างบทบาทของสหกรณ์การเกษตรในห่วงโซ่มูลค่าโลก เรามุ่งหวังถึงการจัดการประชุมเครือข่ายสมาคมอาเซียนของประเทศสมาชิกอาเซียน ครั้งที่ 1 ที่ประเทศไทยในเดือนธันวาคม 2562

43. เราเน้นย้ำถึงความสำคัญที่อาเซียนจะต้องวางกลไกที่มีประสิทธิผลและประสิทธิภาพในการประสานงาน ในประเด็นคาบเกี่ยวระหว่างสาขาและระหว่างทั้งสามเสาของประชาคมอาเซียน โดยคำนึงถึงข้อเสนอแนะของคณะทำงานระดับสูง (เอชแอลทีเอฟ) ว่าด้วยการเสริมสร้างความเข้มแข็งให้แก่สำนักเลขาธิการอาเซียน และการประเมินองค์กรอาเซียนต่าง ๆ ซึ่งได้รับการรับรองในปี 2557 เราชื่นชมการท้างานของคณะมนตรีประสานงานอาเซียน (เอซีซี) และคณะมนตรีประชาคมอาเซียน โดยการสนับสนุนจากคณะกรรมการผู้แทนถาวรประจำอาเซียน (ซีพีอาร์) เจ้าหน้าที่อาวุโสในสาขาที่เกี่ยวข้องและสำนักเลขาธิการอาเซียน ในการแก้ไขปัญหาตามข้อเสนอแนะ ตามที่มีความพยายามที่จะเสริมสร้างความเข้มแข็งให้แก่สำนักเลขาธิการอาเซียน เรายินดีต่ออาคารสำนักงานหลังใหม่ของสำนักเลขาธิการอาเซียน ซึ่งเปิดโดยประธานาธิบดี อินโดนีเซียและรัฐมนตรีต่างประเทศของประเทศสมาชิกอาเซียนและผู้แทน เมื่อวันที่ 8 สิงหาคม 2562 และสนับสนุนให้จัดการประชุมอาเซียนมากขึ้นที่อาคารสำนักงานหลังใหม่ เพื่อเน้นย้ำถึงความเป็นแกนกลางและเอกภาพของอาเซียน เราสนับสนุนให้หุ้นส่วนที่เกี่ยวข้องทั้งหมดสานต่อความพยายามในการยกระดับการประสานงานระหว่างสาขาและระหว่างเสา เสริมสร้างความเข้มแข็งให้แก่สำนักเลขาธิการอาเซียน รวมทั้งสร้างความมั่นใจต่อประสิทธิภาพของกลไกอาเซียนในการบรรลุวิสัยทัศน์ประชาคมอาเซียน ค.ศ. 2025

ความสัมพันธ์ภายนอกอาเซียน

44. เรายินดีต่อความคืบหน้าของความสัมพันธ์ระหว่างอาเซียนกับประเทศคู่เจรจา ตามที่ได้รายงานไว้ในความคืบหน้าของการดำเนินการตามแผนปฏิบัติการ (พีโอเอ) และเห็นพ้องที่จะส่งเสริมและเสริมสร้างความเป็นหุ้นส่วนของเรา โดยการดำเนินงานตามพีโอเอล้าดับต่อไป เพื่อสานต่อความพยายามในการบรรลุวิสัยทัศน์ประชาคมอาเซียน ค.ศ. 2025 เราเน้นย้ำความสำคัญของการพัฒนาความเป็นหุ้นส่วนของเรากับประเทศคู่เจรจา คู่เจรจาเฉพาะสาขา หุ้นส่วนเพื่อการพัฒนา องค์การระดับภูมิภาคและระหว่างประเทศและภาคีภายนอกอื่น ๆ ผ่านกรอบการทำงานที่เกี่ยวข้องและการปฏิบัติตามแผนปฏิบัติการด้านความร่วมมือต่าง ๆ เรายินดีต่อการสนับสนุนอย่างต่อเนื่องจากประเทศคู่เจรจาที่มีต่อความพยายามในการสร้างประชาคมอาเซียน ดังปรากฏให้เห็นจากการให้ความช่วยเหลือด้านวิชาการและการสนับสนุนทางการเงินที่เพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ในโครงการความร่วมมือระดับภูมิภาคหลายรายการ เรามุ่งหวังถึงการประชุมสุดยอดอาเซียน-จีน ครั้งที่ 22 การประชุมสุดยอดอาเซียน-ญี่ปุ่น ครั้งที่ 22 การประชุมสุดยอดอาเซียน-อินเดีย ครั้งที่ 16 การประชุมสุดยอดอาเซียน-สหรัฐฯ ครั้งที่ 7 และการประชุมสุดยอดอาเซียน-สหประชาชาติ ครั้งที่ 10 ระหว่างวันที่ 3-4 พฤศจิกายน 2562 ตลอดจนการประชุมสุดยอดอาเซียน-สาธารณรัฐเกาหลี (อาร์โอเค) สมัยพิเศษเพื่อเฉลิมฉลองวาระครบรอบ 30 ปี ความสัมพันธ์อาเซียน-สาธารณรัฐเกาหลี เรายังมุ่งหวังถึงการประชุมสุดยอดผู้น้าอาเซียน-นิวซีแลนด์ หลังจากการประชุมสุดยอดอาเซียน ครั้งที่ 36 ที่ดานัง ในเดือนเมษายน 2563

45. เรายินดีที่ได้รับทราบถึงความสนใจที่มากขึ้นจากประเทศและองค์การระดับภูมิภาคที่จะมีปฏิสัมพันธ์ และพัฒนาความร่วมมือกับอาเซียน และได้ยินดีต้อนรับชิลีเข้าเป็นหุ้นส่วนเพื่อการพัฒนาของอาเซียน เรารับทราบบทบาทของคณะกรรมการผู้แทนถาวรประจ้าอาเซียนในการส่งเสริมความสัมพันธ์กับภาคีภายนอกของอาเซียน รวมทั้งกับเอกอัครราชทูตประจำอาเซียนของประเทศที่มิใช่สมาชิกอาเซียนจำนวน 93 ประเทศ เรายังยินดีต่อบทบาทของคณะกรรมการอาเซียนประจำประเทศที่สามและองค์การระหว่างประเทศในการส่งเสริมผลประโยชน์ของอาเซียนและเสริมสร้างความเป็นหุ้นส่วนกับประเทศเจ้าบ้านและองค์การระหว่างประเทศที่ประจำอยู่ เราได้เน้นย้ำความสำคัญของความเป็นหุ้นส่วนระหว่างอาเซียนกับภาคีภายนอก รวมทั้งองค์การระหว่างประเทศและระดับภูมิภาค ในการแก้ไขปัญหาระดับโลกและส่งเสริมการพัฒนาที่ยั่งยืนเพื่อประโยชน์ของประชาชนของเรา ในการนี้ เรามุ่งหวังถึงการแลกเปลี่ยนข้อคิดเห็นที่เป็นประโยชน์เกี่ยวกับการพัฒนาอย่างยั่งยืนกับภาคีภายนอกของเราและองค์การระหว่างประเทศที่เกี่ยวข้องในงานเลี้ยงอาหารกลางวันเพื่อหารือเรื่องการพัฒนาที่ยั่งยืนในวันที่ 4 พฤศจิกายน 2562

46. เรายืนยันความสำคัญของกรอบความร่วมมืออาเซียนบวกสาม (เอพีที) ในการส่งเสริมสันติภาพ เสถียรภาพ และความมั่งคั่งในภูมิภาคเอเชียตะวันออก เรายืนยันความมุ่งมั่นของเราที่จะเสริมสร้างความเข้มแข็งและความลึกซึ้งของความร่วมมือด้านการดำเนินงานภายใต้กระบวนการเอพีที ซึ่งมีบทบาทหลักในการสร้างประชาคมเอเชียตะวันออก โดยมีอาเซียนเป็นพลังขับเคลื่อน เราเห็นพ้องที่จะเสริมสร้างความร่วมมือเอพีทีในหลากหลายด้าน โดยดำเนินการตามแผนงานความร่วมมือเอพีที ค.ศ. 2018-2022 เรามุ่งหวังที่จะเห็นการดำเนินการตามข้อเสนอแนะของกลุ่มวิสัยทัศน์เอเชียตะวันออก รุ่นที่ 2 อย่างต่อเนื่อง ซึ่งมีเป้าหมายในการส่งเสริมความร่วมมือในเอเชียตะวันออก

47. เรายืนยันความสำคัญของการประชุมสุดยอดเอเชียตะวันออก (อีเอเอส) ในฐานะที่เป็นเวทีหารือระดับผู้นำสำหรับประเด็นทั่วไปด้านยุทธศาสตร์ การเมือง และเศรษฐกิจที่ทุกฝ่ายให้ความสนใจและเป็นข้อห่วงกังวลร่วมกัน โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมสันติภาพ เสถียรภาพ และความมั่งคั่งทางเศรษฐกิจในภูมิภาค เราเห็นพ้องต่อการเสริมสร้างความร่วมมือของอีเอเอส โดยการดำเนินการตามแผนปฏิบัติการมะนิลา เพื่อผลักดันปฏิญญาพนมเปญว่าด้วยข้อริเริ่มด้านการพัฒนาอีเอเอส (ค.ศ. 2018-2022) เรายินดีต่อการหารือและความพยายามอย่างต่อเนื่องในการเสริมสร้างความเข้มแข็งของอีเอเอส ซึ่งเป็นไปตามปฏิญญากัวลาลัมเปอร์ในโอกาสครบรอบ 10 ปีอีเอเอส ค.ศ 2015 และอยู่บนพื้นฐานของวัตถุประสงค์ หลักการและรูปแบบที่ได้กำหนดไว้ของอีเอเอส เรารับทราบความสำคัญของเอกอัครราชทูตอีเอเอส ณ กรุงจาการ์ตา ในการหารือเกี่ยวกับการปฏิบัติตามข้อตัดสินใจของผู้นำ รวมทั้งการแลกเปลี่ยนข้อมูลเกี่ยวกับข้อริเริ่มความร่วมมือด้านการพัฒนา รวมถึงนโยบายและข้อริเริ่มด้านความมั่นคงในภูมิภาค ตามที่เสนอไว้ในปฏิญญากัวลาลัมเปอร์ฯ เราสนับสนุนการผนึกกำลังกันระหว่างอีเอเอสกับกลไกที่อาเซียนมีบทบาทนำอื่น ๆ และรับทราบถึงความจำเป็นในการเสริมสร้างความร่วมมือของอีเอเอส เพื่อรับมือกับประเด็นปัญหาและความท้าทายที่กำลังเกิดขึ้นและมีผลกระทบต่อสันติภาพ เสถียรภาพ และความมั่งคั่งในภูมิภาค

48. เราเน้นย้ำความสำคัญของการประชุมอาเซียนว่าด้วยความร่วมมือด้านการเมืองและความมั่นคงในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก (เออาร์เอฟ) ในฐานะเวทีหลักในการส่งเสริมสันติภาพ ความมั่นคง และเสถียรภาพในภูมิภาคผ่านการเจรจาและหารือเชิงสร้างสรรค์ระหว่างประเทศที่เข้าร่วมเออาร์เอฟ ในการนี้ เรายินดีต่อผลลัพธ์ของการประชุมเออาร์เอฟ ครั้งที่ 26 ที่กรุงเทพฯ เมื่อวันที่ 2 สิงหาคม 2562 และการรับรองแถลงการณ์เออาร์เอฟว่าด้วยการเป็นหุ้นส่วนทางการบิน: ก้าวไปข้างหน้าด้วยกัน แถลงการณ์เออาร์เอฟว่าด้วยการป้องกันและการต่อต้านการก่อการร้าย และแนวคิดสุดโต่งที่นิยมความรุนแรงที่จะนำไปสู่การก่อการร้าย (วีอีซีที) แถลงการณ์ร่วมว่าด้วยการส่งเสริมวาระสตรี สันติภาพ และความมั่นคง และแผนงานเออาร์เอฟว่าด้วยการต่อต้านการก่อการร้ายและอาชญากรรมข้ามชาติ ปี ค.ศ. 2019-2021 ซึ่งยืนยันความมุ่งมั่นของเออาร์เอฟในการจัดการกับความท้าทายที่ซับซ้อนมากขึ้นท่ามกลางภูมิทัศน์ในภูมิภาคที่กำลังเปลี่ยนแปลงไป โดยที่รับทราบถึงความพยายามอย่างต่อเนื่องในการเสริมสร้างมาตรการสร้างความไว้เนื้อเชื่อใจและส่งเสริมการทูตเชิงป้องกัน เราสนับสนุนให้ประเทศสมาชิกเออาร์เอฟดำเนินกิจกรรมด้านการทูตเชิงป้องกันเพิ่มขึ้น โดยเป็นไปตามแผนงานเออาร์เอฟว่าด้วยการทูตเชิงป้องกัน นอกจากนี้ ในโอกาสที่ใกล้จะถึงปีสุดท้ายของวิสัยทัศน์ของเออาร์เอฟฉบับปัจจุบันและแผนปฏิบัติการฮานอยเพื่อดำเนินการให้บรรลุตามวิสัยทัศน์ของเออาร์เอฟ ค.ศ. 2020 เรายินดีต่อความพยายามที่มากขึ้นจากประเทศที่เข้าร่วมเออาร์เอฟ โดยเฉพาะ ประเทศสมาชิกอาเซียน ในการปรับปรุงกระบวนการ ขั้นตอน และวิธีการทำงานของเออาร์เอฟให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น เพื่อเน้นความสำคัญ เสริมสร้างความเข้มแข็ง และเพิ่มพูนความเป็นแกนกลางของอาเซียน

ประเด็นและพัฒนาการในระดับภูมิภาคและระหว่างประเทศ

49. เรายืนยันความมุ่งมั่นของเราในการรักษาและส่งเสริมสันติภาพ ความมั่นคง และเสถียรภาพในภูมิภาคตลอดจนส่งเสริมการหารือและความร่วมมือ การยึดมั่นหลักกฎหมายระหว่างประเทศและปฏิบัติตามกฎระเบียบและมาตรฐานซึ่งกำกับดูแลความสัมพันธ์ระหว่างรัฐ เราเน้นย้ำความสำคัญของความเป็นแกนกลาง เอกภาพ และความเป็นผู้นำของอาเซียนในโครงสร้างสถาปัตยกรรมภูมิภาคที่กำลังเปลี่ยนแปลง เรายืนยันความจำเป็นในการเสริมสร้างโครงสร้างสถาปัตยกรรมในภูมิภาคที่มีอาเซียนเป็นแกนกลาง ซึ่งเปิดกว้าง โปร่งใส ครอบคลุม และตั้งอยู่บนกฎกติกา เราสนับสนุนให้ภาคีภายนอกทำงานร่วมกับอาเซียนในการส่งเสริมหลักการตามที่ระบุไว้ในมุมมองของอาเซียนต่ออินโด-แปซิฟิก และดำเนินความร่วมมือกับอาเซียนใน 4 สาขาความร่วมมือที่สำคัญ ได้แก่ ความร่วมมือทางทะเล ความเชื่อมโยง การพัฒนาที่ยั่งยืน และความร่วมมือทางเศรษฐกิจเพื่อนำไปสู่โครงการที่เป็นรูปธรรม ในการนี้ เรารับทราบด้วยความยินดีต่อข้อริเริ่มของอินโดนีเซีย ในการจัดเวทีหารือด้านโครงสร้างพื้นฐานและความเชื่อมโยงอาเซียนและอินโด-แปซิฟิก ในปี 2563 รวมทั้งเห็นพ้องว่า ข้อริเริ่มทั้งหมดเกี่ยวกับอินโด-แปซิฟิก ควรขับเคลื่อนความเป็นแกนกลางของอาเซียนและตั้งอยู่บนกลไกที่อาเซียนมีบทบาทนำ ซึ่งรวมถึงกรอบอาเซียนบวกหนึ่ง เอพีที อีเอเอส เออาร์เอฟ และเอดีเอ็มเอ็ม-พลัส

50. เราเน้นย้ำความสำคัญของการรักษาและส่งเสริมสันติภาพ ความมั่นคง เสถียรภาพ ความปลอดภัย และเสรีภาพในการเดินเรือและบินผ่านในทะเลจีนใต้ และตระหนักถึงประโยชน์ของการที่ทะเลจีนใต้เป็นทะเลแห่งสันติภาพ เสถียรภาพ และความมั่งคั่ง เรายืนยันความสำคัญของการปฏิบัติตามปฏิญญาว่าด้วยแนวปฏิบัติของภาคีต่าง ๆ ในทะเลจีนใต้ (ดีโอซี) ค.ศ. 2002 อย่างครบถ้วนและมีประสิทธิภาพ เรายินดีอย่างยิ่งต่อความร่วมมือที่ดีขึ้นอย่างต่อเนื่องระหว่างอาเซียนกับจีน และยินดีต่อความคืบหน้าของการเจรจาจัดทำประมวลการปฏิบัติในทะเลจีนใต้ (ซีโอซี) ที่มีประสิทธิภาพและมีนัยสำคัญให้แล้วเสร็จโดยเร็วตามเวลาที่ทุกฝ่ายเห็นพ้องร่วมกัน เรายินดีต่อการบรรลุผลการเจรจารอบแรกของร่างฉบับเดียวของการเจรจาจัดทำซีโอซีเมื่อเดือนกรกฎาคม 2562 เราเน้นย้ำความจำเป็นในการรักษาบรรยากาศที่เอื้ออำนวยต่อการเจรจาจัดทำซีโอซี เราจึงยินดีต่อมาตรการที่เป็นรูปธรรมซึ่งสามารถลดความตึงเครียดและความเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุ ความเข้าใจผิด และการคาดการณ์ผิด เราเน้นย้ำความสำคัญของการสร้างความเชื่อมั่น และการใช้มาตรการป้องกันเพื่อเสริมสร้างความเชื่อมั่นและความไว้เนื้อเชื่อใจระหว่างภาคี

51. เราได้หารือในประเด็นที่เกี่ยวข้องกับสถานการณ์ในทะเลจีนใต้ และรับทราบถึงความห่วงกังวลต่อการถมทะเลและกิจกรรมในบริเวณดังกล่าว ซึ่งได้บั่นทอนความเชื่อมั่นและความไว้เนื้อเชื่อใจ เพิ่มความตึงเครียดและอาจบั่นทอนสันติภาพ ความมั่นคง และเสถียรภาพในภูมิภาค เราเน้นย้ำความจำเป็นในการเสริมสร้างความไว้เนื้อเชื่อใจและความเชื่อมั่นระหว่างกัน การใช้ความยับยั้งชั่งใจในการดำเนินกิจกรรมต่าง ๆ และการหลีกเลี่ยงการกระทำที่อาจทำให้สถานการณ์ซับซ้อนมากขึ้น รวมทั้งการดำเนินการแก้ไขข้อพิพาท โดยสันติวิธีตามกฎหมายระหว่างประเทศ รวมถึงอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยกฎหมายทะเล ค.ศ. 1982 (อันคลอส) เราเน้นย้ำความสำคัญของการไม่ทำกิจกรรมทางการทหารและการใช้ความยับยั้งชั่งใจในการดำเนินกิจกรรมโดยประเทศอ้างสิทธิ์และประเทศอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง รวมถึงแนวปฏิบัติต่าง ๆ ที่ปรากฏในดีโอซี ซึ่งอาจทำให้สถานการณ์ซับซ้อนมากขึ้นและเพิ่มความตึงเครียดในทะเลจีนใต้

52. เราเน้นย้ำความสำคัญของการหารือโดยสันติอย่างต่อเนื่องระหว่างภาคีที่เกี่ยวข้อง เพื่อบรรลุสันติภาพและเสถียรภาพอย่างยั่งยืนในคาบสมุทรเกาหลีที่ปราศจากอาวุธนิวเคลียร์โดยภาคีที่เกี่ยวข้องทั้งหมด เราเรียกร้องให้ภาคีที่เกี่ยวข้องกลับคืนสู่การหารือโดยสันติและดำเนินการต่อไปเพื่อให้เกิดสันติภาพและเสถียรภาพอย่างยั่งยืนในคาบสมุทรเกาหลี ซึ่งรวมถึงการปฏิบัติตามปฏิญญาปันมุนจอม ปฏิญญาร่วมเปียงยาง และถ้อยแถลงร่วมระหว่างผู้นำสหรัฐฯ และสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนเกาหลีอย่างครบถ้วนและทันการณ์ เรายินดีต่อการประชุมระหว่างผู้นำสหรัฐฯ และสาธารณรัฐประชาธิปไตย ประชาชนเกาหลี ณ เขตปลอดทหาร (ดีเอ็มซี) เมื่อเร็ว ๆ นี้ ตลอดจนการรื้อฟื้นการเจรจาระดับคณะทำงานระหว่างทั้งสองฝ่ายที่กรุงสตอกโฮล์ม เราเน้นย้ำเจตนารมณ์ของเราที่จะปฏิบัติตามข้อมติคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติที่เกี่ยวข้องอย่างครบถ้วน และรับทราบความพยายามของนานาประเทศ
ในการส่งเสริมการปลดอาวุธนิวเคลียร์ในคาบสมุทรเกาหลีอย่างสมบูรณ์ ตรวจสอบได้และหวนกลับคืนไม่ได้ เรายังเล็งเห็นความสำคัญของเวทีที่อาเซียนมีบทบาทนำ โดยเฉพาะเออาร์เอฟ เพื่อส่งเสริมบรรยากาศที่เอื้ออำนวยต่อการหารือโดยสันติระหว่างภาคีที่เกี่ยวข้อง

***********************

ดาวน์โหลดเอกสารเพิ่มเติมที่นี่

แถลงการณ์ของประธานการประชุมสุดยอดอาเซียน ครั้งที่ 35 กรุงเทพฯ และนนทบุรี 3 พฤศจิกายน 2562