17
ธันวาคม
2561

อาเซียน 2562 อาเซียนภายใต้เสาสังคมและวัฒนธรรม

17
ธันวาคม
2561

อาเซียน 2562 อาเซียนภายใต้เสาสังคมและวัฒนธรรม

3,848

ในช่วงตลอดปี 2562 มีความสําคัญกับประเทศไทย เพราะไทยจะเป็นประธานและเป็นเจ้าภาพหลักในการจัดประชุมอาเซียน ซึ่งตามกฏบัตรอาเซียนแล้ว ประเทศสมาชิกจะหมุนเวียนเป็นเจ้าภาพในการจัดประชุมตามหลักอักษรทุกๆ 10 ปี

สําหรับประเทศไทยนั้น ได้มีการเตรียมความพร้อมมาตั้งแต่ปี 2560 และเมื่อวันที่ 15 พ.ย.ที่ผ่านมา ไทยก็ได้รับไม้ต่ออย่างเป็นทางการจากสิงคโปร์ ภายใต้หลักการ “ร่วมมือ ร่วมใจก้าวไกล ยั่งยืน” (Advancing Partnership for Sustainability) ที่จะเป็นแนวทางหลักที่ใช้ในการขับเคลื่อนทิศทางของอาเซียนในช่วงตลอดปีของ วาระการเป็นประธานของไทย โดยไทยจะเน้นความเชื่อมโยงอาเซียนในทุกมิติทั้งความเชื่อใจระดับยุทธศาสตร์ การเติบโตทางเศรษฐกิจ และความมั่นคงของมนุษย์ เพื่อสร้างความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน การมีเอกภาพ และความมีบทบาทนําในความสัมพันธ์ด้านต่างๆของอาเซียนในเวทีโลก

ตั้งแต่ก่อตั้งองค์การในปี 2510 อาเซียนถือเป็นองค์การที่แม้ประเทศ สมาชิกส่วนใหญ่เป็นประเทศกําลังพัฒนา แต่สามารถพัฒนาความร่วมมือและสร้างกลไกเพื่อสนับสนุนการทํางานร่วมกันในด้านต่างๆ อย่างต่อเนื่องภายใต้แรงกดดันและบริบททางการ เมือง เศรษฐกิจ และสังคมในช่วงเวลา ที่ต่างกันไป

ประเทศไทยมีบทบาทสําคัญในการขับเคลื่อนองค์การในช่วงเวลาที่สําคัญ ไทยเป็นหนึ่งในประเทศผู้ก่อตั้งอาเซียนภายใต้บรรยากาศที่มีการต่อสู้ทาง อุดมการณ์ระหว่างสองมหาอํานาจในช่วงสงครามเย็น การที่ประเทศสมาชิกในเวลานั้นไม่ต้องตกเป็นพื้นที่สงครามตัวแทน หรือการมีสงครามระหว่างประเทศสมาชิกด้วยกันเอง

ถือเป็นความสําเร็จที่สําคัญของอาเซียนในการสร้างเสถียรภาพและสันติภาพในภูมิภาค และความสําเร็จในการจัดการต่อประเด็นด้านความมั่นคงระหว่างประเทศสมาชิก ได้เอื้อและเป็นพื้นฐานที่สําคัญต่อการสร้างความ มั่งคั่งให้แก่ประเทศสมาชิกและการขยายสมาชิกภาพของอาเซียนในเวลาต่อมา

ไทยได้มีบทบาทนําทางการทูตและการสร้างสันติภาพในภูมิภาคผ่านนโยบายเปลี่ยนสนามรบให้เป็นสนาม การค้าเพื่อเป็นการขยายความร่วมมือทางด้านเศรษฐกิจของอาเซียนไปยังภูมิภาคอินโดจีน ภายใต้แนวคิดที่ว่าแม้จะมีระบบการเมืองและอุดมการณ์ทางการเมืองที่แตกต่างกัน แต่ก็สามารถร่วมมือกันได้

จากตัวอย่างที่ยกมาแสดงให้เห็นถึงบทบาทและคุณสมบัติที่สําคัญของ ประเทศไทยในการเป็นตัวกลางเชื่อมโยงท่าทีของประเทศต่างๆ ทั้งยังมีบทบาทนําในการสร้างเสาหลักที่สําคัญสู่การเป็นประชาคมอาเซียนสองเสาคือเสาการเมืองและความมั่นคง และเสาเศรษฐกิจ ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา

อย่างไรก็ตาม การเป็นประธานอาเซียนของไทยในวาระที่จะถึงนี้ มีประเด็นสําคัญที่เป็นความท้าทายบทบาทของไทยต่อการเปลี่ยนแปลงในภูมิภาค โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ประเด็นเรื่องความมั่นคงในทะเลจีนใต้ และประเด็นปัญหาโรฮีนจาในเมียนมา ซึ่งในปัจจุบันจะเห็นได้ว่า ประเด็นความร่วมมือระหว่างประเทศในอาเซียนในหลายประเด็นเป็นความร่วมมือเพื่อจัดการกับปัญหาความมั่นคงของมนุษย์ที่ครอบคลุมประเด็นในมิติด้านสังคมวัฒนธรรม และสิ่งแวดล้อม และเป็นความร่วมมือที่อยู่ภายใต้เสาประชาคม สังคมและวัฒนธรรมอาเซียน

อาเซียนได้สร้างกรอบความร่วมมือภายใต้เสาสังคมและวัฒนธรรมโดยมีเป้าหมายเพื่อยกมาตรฐานคุณภาพชีวิตของประชาชนในอาเซียนผ่านกิจกรรมต่างๆ ที่เน้นประชาชนเป็นศูนย์กลาง มีความเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ตามแนวทางการพัฒนาที่ยั่งยืน ประเด็นความร่วมมือของอาเซียนภายใต้เสาสังคมและวัฒนธรรม ได้แก่ วัฒนธรรมและข้อมูล ข่าวสาร การศึกษา เยาวชนและการกีฬา การสาธารณสุข สวัสดิการสังคมและการพัฒนา สิทธิของผู้หญิงและเด็ก แรงงาน การให้บริการแก่พลเมืองการพัฒนาชนบทและการลดความยากจน สิ่งแวดล้อม มลพิษหมอกควันข้ามพรมแดน การจัดการภัยพิบัติ และความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรม

จะเห็นได้ว่า ประเด็นเหล่านี้ล้วนมีความเกี่ยวพันกับวิถีชีวิตของประชาชนอาเชียน ทําให้อาเซียนเป็นองค์การที่เชื่อมโยงกับประชาชน และหากความร่วมมือในเรื่องเหล่านี้บรรลุผลตามเป้าประสงค์ที่วางไว้ ก็จะเป็นสิ่งที่ทําเกิดความรู้สึกถึงความเป็นพลเมืองอาเซียนในกลุ่มประชาชนในภูมิภาคและทําให้อาเชียนไม่ใช่เรื่องไกลตัวสําหรับคนทั่วไป

 

แม้ว่าอาเชียนจะประสบความสําเร็จในหลายเรื่อง โดยเฉพาะในความร่วม มือทางด้านความมั่นคงและเศรษฐกิจแต่หากเปรียบเทียบกับความร่วมมือภายใต้เสาสังคมและวัฒนธรรมที่แม้จะมีการสร้างกลไกที่เป็นพื้นฐานในการจัดการต่อประเด็นทางสังคมและวัฒนธรรมแล้ว ความสําเร็จและพัฒนาการความร่วมมือในเสาสังคมและวัฒนธรรมยังมีความก้าวหน้าน้อย กว่าสองเสาหลักอยู่มาก และทําให้ความเชื่อมโยงระหว่างองค์การกับประชาชนในภูมิภาคยังมีช่องว่างระหว่างกัน

ในแง่นี้จึงเป็นประเด็นความท้าทายต่ออาเซียนว่าจะลดช่องว่างระหว่างการเมืองระดับบนที่เน้นประเด็นทางสังคมและเศรษฐกิจกับการเมืองระดับล่าง ที่เน้นความร่วมมือที่เกี่ยวข้องกับวิถีชีวิตของประชาชนชาวอาเซียนได้อย่างไร และไทยในฐานะประธานอาเซียน จะผลักดันหรือกําหนดแนวทางในการประชุมร่วมกันเพื่อสร้างประชาคมทางเศรษฐกิจที่จะ ไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลังได้อย่างไร

ความก้าวหน้าและความเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจของประเทศสมาชิกในอาเซียนเป็นสิ่งที่เห็นได้ชัดเจนและประชาชนส่วนใหญ่ในภูมิภาคล้วนได้รับประโยชน์จากการค้าเสรีและการลงทุนในภูมิภาค มีการจ้างงาน ผู้คนมีรายได้เฉลี่ยต่อหัวเพิ่มขึ้นและประเทศสมาชิกมี GDP ที่สูงขึ้น

อย่างไรก็ตาม การเติบโตทาง เศรษฐกิจก็นํามาซึ่งผลกระทบข้างเคียงที่ไม่สามารถประเมินค่าได้ เช่น การตัดไม้ทําลายป่าเพื่อการเกษตร การขยายตัวของเมือง การทิ้งของเสียลงในแหล่งน้ําธรรมชาติ และการปล่อยก๊าซพิษสู่ชั้นบรรยากาศ เป็นต้น การเติบโตทางเศรษฐกิจเหล่านี้แลกมากับผลกระทบทางสิ่งแวดล้อม การสูญเสียความหลากหลายของระบบนิเวศ และวิถีชีวิตของที่ต้องเปลี่ยนไปของชุมชน

ทั้งนี้ ความเหลื่อมล้ําทางสังคมก็ยังคงอยู่ และในบางกรณี การพัฒนา เศรษฐกิจได้สร้างผลกระทบต่อสุขภาพอนามัยของประชาชนบางกลุ่มโดยตรงการหาทางสายกลางเพื่อการพัฒนาทางเศรษฐกิจที่ควบคู่ไปกับการปกป้องสิ่งแวดล้อม หรือที่เรียกว่าแนวทางการพัฒนาอย่างยั่งยืนในภูมิภาค อย่างเป็นรูปธรรมและใช้ได้จริง

ในทางปฏิบัติจึงเป็นความท้าทายหนึ่งของประเทศสมาชิกอาเซียน และแม้อาเซียนจะตระหนักถึงความสําคัญของประเด็นสิ่งแวดล้อมที่เชื่อมโยงกับสังคมและประชาชน โดยการยกประเด็นเหล่านี้ขึ้นมาเพื่อกําหนดแนวทางนโยบายเพื่อเป็นความร่วมมือและผลประโยชน์ร่วมกันของประเทศสมาชิกที่จะต้องช่วยกันป้องกันและแก้ไข

แต่มาตรการ กิจกรรม ตลอดจนงบประมาณ ยังไม่เพียงพอ และเป็นอุปสรรคต่อความร่วมมือด้านสิ่งแวดล้อมของอาเซียนในทางปฏิบัติ

ในปัจจุบันความร่วมมือด้านสิ่งแวดล้อมของอาเซียนครอบคลุมประเด็นหลักภายใต้ความรับผิดชอบของคณะทํางานอาเซียน ได้แก่ การอนุรักษ์ทรัพยากรทางธรรมชาติและความหลากหลายทางชีวภาพ สิ่งแวดล้อมทางทะเลและชายฝั่ง การจัดการแหล่งน้ําจืด เมืองที่ยั่งยืนและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ขยะพิษและสารเคมี และการศึกษาด้านสิ่งแวดล้อม ประเด็นความร่วมมือด้านสิ่งแวดล้อม

ทั้งหมดนี้มีเป้าหมายเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืนตามที่ระบุไว้ในพิมพ์เขียวของเสาหลักสังคมและวัฒนธรรมอาเซียน การจัดตั้งคณะทํางานอาเซียนแสดงถึงความพยายามเพื่อแก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อมที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน เพื่อให้อาเชียนเป็นประชาคมแห่งความยั่งยืนและส่งเสริมการพัฒนาทางสังคม พร้อมกับการปกป้องทรัพยากรทางธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ผ่านกลไกที่มีประสิทธิภาพเพื่อสนองตอบต่อความต้องการของคนในรุ่นปัจจุบันและอนาคต

การวางแนวทางดังกล่าวเป็นนิมิตหมายอันดีที่จะเชื่อมโยงอาเซียนกับวิถี ชีวิตและความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นของประชาชนอาเซียน และนั่นก็หมายถึงความสําคัญของความร่วมมือด้านสิ่งแวดล้อมที่ต้องใช้ความพยายามและ ทรัพยากรที่มากขึ้นในการบริหารจัดการต่อประเด็นที่เชื่อมโยงกันระหว่างการพัฒนาทางเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อมของภูมิภาคเพื่อให้เกิดการพัฒนาที่ยั่งยืนตามที่อาเซียนได้วางเป้าหมายเอาไว้

ประเทศไทยในฐานะประธานอาเชียนใต้กําหนดตราสัญลักษณ์เพื่อใช้ในการประชุมอาเซียนตลอดปี 2562 เป็นพวงมาลัยซึ่งเป็นสัญลักษณ์ที่สื่อถึงประชาชนในอาเซียน โดยมี “อุบะ” ซึ่งหมายถึงสมาชิก 10 ประเทศ ที่มีความมุ่งหมายร่วมกันเพื่อไปสู่ประชาคมอาเซียน

วาระการเป็นประธานอาเซียนของไทยในครั้งนี้ นอกเหนือจากความคาดหวังจากหลายฝ่ายต่อการเป็นเจ้าภาพของไทยในการจัดการประชุมผู้นําระดับสูงภายใต้กรอบความร่วมมือที่อาเซียนตลอดจนการกําหนดแนวทางในการประชุมเพื่อผลักดันวาระที่สําคัญร่วมกันแล้ว ประเด็นความท้าทายที่เกี่ยวพันกับความกินดีอยู่ดีของประชาชนภายใต้เสาสังคมและวัฒนธรรม จะเป็นโอกาสอันดีสําหรับไทยในการมีบทบาทนําเพื่อพัฒนาความร่วมมือในการจัดการปัญหาร่วมกัน

อันจะนําไปสู่การสร้างประชาคมอาเซียนที่เน้นประชาชนเป็นศูนย์กลางอย่างแท้จริง