13
กรกฎาคม
2562

ผลการประชุมรัฐมนตรีกลาโหมอาเซียน (ASEAN Defence Ministers’ Meeting: ADMM)

13
กรกฎาคม
2562

ผลการประชุมรัฐมนตรีกลาโหมอาเซียน (ASEAN Defence Ministers’ Meeting: ADMM)

346

ผลการประชุมรัฐมนตรีกลาโหมอาเซียน

(ASEAN Defence Ministers’ Meeting: ADMM)

 

เมื่อวันที่ 11 กรกฎาคม 2562 กระทรวงกลาโหมได้เป็นเจ้าภาพจัดการประชุมรัฐมนตรีกลาโหมอาเซียน (ASEAN Defence Ministers’ Meeting: ADMM) ณ โรงแรม-Shangri-La-กรุงเทพฯ โดยมี พลเอก ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เป็นประธานการประชุมฯ ซึ่งมีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมประเทศสมาชิกอาเซียน 10 ประเทศ และเลขาธิการอาเซียน เข้าร่วมการประชุมฯ

การประชุมมีวัตถุประสงค์ เพื่อหารือความร่วมมือด้านความมั่นคงและให้การรับรองเอกสารความร่วมมือในกรอบ-ADMM- รวมทั้งเตรียมการสำหรับการประชุมรัฐมนตรีกลาโหมอาเซียนกับรัฐมนตรีกลาโหมประเทศคู่เจรจา (ADMM-Plus) ในเดือนพฤศจิกายนนี้ สำหรับการประชุม ADMM ถือเป็นเวทีหารือระดับสูงสุดระหว่างกระทรวงกลาโหมของประเทศสมาชิกอาเซียน ภายใต้ประชาคมการเมืองและความมั่นคงอาเซียน ซึ่งจัดขึ้นเป็นประจำทุกปี ตั้งแต่ปี 2549

ไทยในฐานะประเทศเจ้าภาพการประชุมได้เสนอแนวความคิดในการขับเคลื่อนความร่วมมือด้านความมั่นคง ระหว่างกระทรวงกลาโหมอาเซียน ในปี 2562 ภายใต้แนวความคิด “ความมั่นคงที่ยั่งยืน” ซึ่งมุ่งเน้นการเสริมสร้างประสิทธิภาพ ความร่วมมือต่างๆ ให้เกิดความต่อเนื่อง เห็นผลอย่างเป็นรูปธรรม และสร้างความมั่นคง ปลอดภัย เพื่อให้การพัฒนาด้านเศรษฐกิจ สังคม และวัฒนธรรม สามารถดำเนินไปได้อย่างราบรื่น นำไปสู่ความเจริญรุ่งเรืองร่วมกันอย่างยั่งยืนของทุกประเทศในภูมิภาค โดยไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง รวมทั้งได้เสนอความริเริ่มของความร่วมมือด้านความมั่นคงซึ่งได้รับความเห็นชอบจากที่ประชุมฯ ได้แก่ การประเมินผลความร่วมมือต่างๆ ที่มีอยู่ในปัจจุบันเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการดำเนินงานให้ดียิ่งขึ้น บทบาทของฝ่ายทหารอาเซียนในการสนับสนุนการบริหารจัดการชายแดน เพื่อรับมือกับภัยคุกคามข้ามแดน และบทบาทของฝ่ายทหารในการสนับสนุนการแก้ไขปัญหาการทำประมงผิดกฎหมาย ไร้การรายงาน และไร้การควบคุม (Illegal, Unreported and Unregulated Fishing : IUU Fishing)

โดยที่ประชุมฯ ได้ให้การรับรองเอกสารความร่วมมือ จำนวน 6 ฉบับ ซึ่งสะท้อนถึงพัฒนาการ และการเสริมสร้างความร่วมมือเพื่อการตอบสนองต่อภัยคุกคามด้านความมั่นคงที่สำคัญของภูมิภาค ได้แก่ 1. การประเมินผลการปฏิบัติของความคิดริเริ่มในกรอบ ADMM 2. บทบาทของฝ่ายทหารอาเซียนในการสนับสนุนการบริหารจัดการชายแดน 3. การขยายโครงสร้างการสื่อสารโดยตรงของประเทศสมาชิกอาเซียน
ไปยังประเทศคู่เจรจา 4. ขอบเขตการปฏิบัติงานโครงการ ASEAN Our Eyes 5. การจัดการประชุมแพทย์ทหารอาเซียน และ 6. แนวทางปฏิบัติในการปฏิสัมพันธ์ทางทะเล รวมทั้ง ร่วมลงนามในปฏิญญาร่วมของรัฐมนตรีกลาโหมอาเซียนว่าด้วยความมั่นคงที่ยั่งยืน ซึ่งเน้นย้ำถึงความสำคัญในการจับมือกันก้าวไปข้างหน้า เพื่อให้ความมั่นคงและเสถียรภาพในภูมิภาคมีความคงทนถาวร และต่างให้ความสนใจในการแสวงความร่วมมือใหม่ๆ ที่เป็นประโยชน์ร่วมกัน

นอกจากนั้น รัฐมนตรีกลาโหมอาเซียน ยังได้ชื่นชมความสำเร็จของการฝึกผสมทางทะเลระหว่างอาเซียนกับสาธารณรัฐประชาชนจีน เมื่อปีที่แล้ว และยินดีต่อการฝึกผสมทางทะเลระหว่างอาเซียนกับสหรัฐอเมริกา ในปีนี้  ซึ่งสะท้อนความร่วมมืออย่างเป็นรูปธรรมที่เสริมสร้างความเป็นแกนกลางของอาเซียนในกลไกความร่วมมือด้านความมั่นคงของภูมิภาค เพื่อเสริมสร้างความไว้วางใจ และความเชื่อมั่นร่วมกันระหว่างอาเซียนกับประเทศคู่เจรจา

ภายหลังการประชุมฯ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ได้นำคณะรัฐมนตรีกลาโหมอาเซียน เข้าเยี่ยมคำนับ พลเอก ประยุทธ์  จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี โดยนายกรัฐมนตรีได้กล่าวต้อนรับ และชื่นชมรัฐมนตรีกลาโหมอาเซียนที่ดำเนินกิจกรรมในกรอบความร่วมมือด้านความมั่นคง และแสดงเจตนารมณ์ร่วมกัน ที่จะทำให้อาเซียนก้าวไปข้างหน้า และเชื่อมั่นว่าความร่วมมือที่แน่นแฟ้นระหว่างกระทรวงกลาโหมของประเทศสมาชิก จะเป็นส่วนสำคัญในการเสริมสร้างศักยภาพให้อาเซียนมีความเข้มแข็ง

ทั้งนี้ ในห้วงการประชุมฯ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ได้ร่วมหารือทวิภาคีกับรัฐมนตรีกลาโหมอาเซียน และเลขาธิการอาเซียน เพื่อให้การต้อนรับ โดยได้ขอบคุณประเทศสมาชิกที่ให้การสนับสนุนการดำเนินงานที่ผ่านมา โดยเฉพาะอย่างยิ่งการสนับสนุนให้ศูนย์แพทย์ทหารอาเซียนได้รับการบรรจุในกฎบัตรอาเซียนประสบผลสำเร็จ รวมทั้งการสนับสนุนการเป็นประธานอาเซียนของไทย และ
การเป็นประธานการประชุม ADMM และ ADMM-Plus ของกระทรวงกลาโหม ตลอดปี 2562

การประชุม ADMM ครั้งที่ 13 ประสบความสำเร็จไปด้วยความเรียบร้อย ด้วยบรรยากาศที่เป็นไปด้วยมิตรภาพและไมตรีจิต สะท้อนถึงความสัมพันธ์อันดีและความร่วมมือที่ใกล้ชิด ระหว่างกระทรวงกลาโหมประเทศสมาชิกอาเซียน  ซึ่งในฐานะประธาน ADMM ปีนี้ กระทรวงกลาโหม ได้ผลักดันประเด็นสำคัญของการเป็นประธาน ADMM และการเป็นประธานอาเซียนของไทย ได้บรรลุผลสำเร็จ เพื่อขับเคลื่อนความร่วมมือด้านความมั่นคงของอาเซียนให้มีความต่อเนื่อง และมีผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรม ในการดำรงไว้ซึ่งความยั่งยืนของ สันติภาพ เสถียรภาพ และความมั่นคงของอาเซียนที่มีประชาชนเป็นศูนย์กลาง ไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง และเตรียมความพร้อมสำหรับอนาคต ภายใต้แนวคิด “ร่วมมือ ร่วมใจ ก้าวไกล ยั่งยืน”