15
พฤศจิกายน
2561

ประธานอาเซียน 2562 ร่วมมือ ร่วมใจ ก้าวไกล และยั่งยืน (จบ)

15
พฤศจิกายน
2561

ประธานอาเซียน 2562 ร่วมมือ ร่วมใจ ก้าวไกล และยั่งยืน (จบ)

709

เมื่อตอนที่แล้วได้กล่าวถึงการที่ประเทศไทยได้เปิดตัวตราสัญลักษณ์ (logo) ทางการของการเป็นประธานอาเซียน โดยใช้ “พวงพาลัย” เป็นแรงบันดาลใจในการออกแบบจากแนวคิดที่ว่า คนไทยนิยมใช้พวงมาลัยในงานมงคล เป็นสัญลักษณ์ของการต้อนรับและให้เกียรติผู้มาเยือน

ที่มาของตราสัญลักษณ์การเป็นประธานอาเซียนของไทยปี 2562 เกิดขึ้นจากความร่วมมือระหว่างกรมอาเซียน กระทรวงการต่างประเทศ คณะมัณฑนศิลป์ มหาวิทยาลัยศิลปากร คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย คณะศิลปะและการออกแบบ มหาวิทยาลัยรังสิต และคณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฎบ้านสมเด็จเจ้าพระยา ซึ่งได้จัดโครงการการประกวดออกแบบระดับเยาวชนแห่งชาติ ครั้งที่ 2 (2nd National Youth Design Competition) ชิงรางวัลมูลค่ารวม 2.7 แสนบาท

เชิญชวนนักเรียน นิสิต นักศึกษา และเยาวชนไทยอายุไม่เกิน 25 ปี ส่งผลงานเข้าร่วมการประกวดออกแบบตราสัญลักษณ์สำหรับการเป็นประธานอาเซียนของไทย โดยสมัครเป็นแบบเดี่ยวหรือแบบทีมก็ได้ และให้ผู้เข้าประกวดส่งผลงานออกแบบเป็นตราสัญลักษณ์แบบ Combination mark เป็นภาพสัญลักษณ์ (Symbol) ซึ่งมีตราสัญลักษณ์อาเซียนเป็นส่วนสำคัญในองค์ประกอบ

ต่อมากระทรวงการต่างประเทศได้นำเสนอผลงานที่ได้รับการคัดเลือก 5 ผลงาน ต่อนายกรัฐมนตรีในฐานะประธานคณะกรรมการระดับชาติเพื่อเตรียมการจัดการประชุมสุดยอดอาเซียนฯ พิจารณาคัดเลือกผลงานที่สมควรใช้เป็นตราสัญลักษณ์ของการเป็นประธานอาเซียนของไทย ซึ่งผลงานที่ได้รับรางวัลชนะเลิศนั้น ออกแบบโดย นายเขมพงษ์ รุ่งสว่าง อายุ 25 ปี และน.ส.ชยุตา หอมหนัก อายุ 23 ปี

แนวทางของการประกวดตราสัญลักษณ์อยู่ภายใต้แนวคิด “Advancing Partnership for Sustainability” โดยการเป็นประธานอาเซียนของไทยในปี 2562 มุ่งเน้นการผลักดันความร่วมมือเพื่อเสริมสร้างความเข้มแข็งของประชาคมอาเซียน โดยต้องการกระชับความร่วมมือระหว่างประเทศสมาชิกอาเซียนเพื่อ “ขับเคลื่อนอาเซียนให้ก้าวไปข้างหน้าด้วยกัน สร้างประชาคมอาเซียนที่มีประชาชนเป็นศูนย์กลางและไม่ทอดทิ้งใครไว้ข้างหลัง โดยให้ความสำคัญกับการพัฒนาที่ยั่งยืน การส่งเสริมความเชื่อมโยง และการมองไปสู่อนาคต”

นอกจากนี้ องค์ประกอบของการสร้างพันธมิตรจะทำให้อาเซียนมีความยั่งยืนยิ่งขึ้น

ในปีหน้าที่ไทยจะเป็นประธานอาเซียน จะเป็นโอกาสที่ไทยจะได้นำเสนอประเด็นความร่วมมือที่เป็นประโยชน์ต่อไทยและภูมิภาคโดยรวมและนำทางอาเซียนในเรื่องสำคัญ ซึ่งสาธารณชนไทยอาจยังไม่ค่อยทราบว่าไปไกลถึงภูมิภาคและประชาคมโลก

กล่าวคือ ประเด็น “การพัฒนาที่ยั่งยืน” ตามอรรถบทหลักของการเป็นประธาน โดยไทยเป็นประเทศที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะในหลายด้าน หนึ่งในนั้นคือ “การพัฒนาที่ยั่งยืน” ซึ่งไทยได้รับการยอมรับในเวทีระหว่างประเทศ และสามารถเป็นแบบอย่างให้ประเทศอื่นๆ ในภูมิภาคอาเซียนได้ต่อไป

ทั้งนี้ ไทยเป็นผู้ประสานงานของอาเซียนด้านการพัฒนาที่ยั่งยืนตั้งแต่ปี 2559 และในปี 2562 จะมีการเปิด “ศูนย์อาเซียนเพื่อการหารือและศึกษาวิจัยด้านการพัฒนาที่ยั่งยืน” (ASEAN Centre for Sustainable Development Studies and Dialogue) ในประเทศไทย ซึ่งนับเป็นหนึ่งในการดำเนินการที่เป็นรูปธรรมในช่วงที่ไทยเป็นประธาน

การสร้างความตระหนักรู้เกี่ยวกับอาเซียน ไม่เพียงแต่จะทำให้คนไทยได้ร่วมใจกันเป็นเจ้าภาพที่ดีในช่วงการประชุม แต่จะเป็นเพื่อนบ้านที่ดีในระยะยาวด้วย เพราะในหลายพื้นที่ประชาชนไทยอาศัยอยู่ในจังหวัดชายแดนที่ใกล้ประเทศเพื่อนบ้าน คนไทยในหลายจังหวัดมีเพื่อนบ้านเป็นคนลาว หรือเข้าฝั่งกัมพูชาเพื่อไปจ่ายตลาด เดินเข้าเมียนมาเป็นประจำเพราะมีญาติอยู่ หรือไปมาหาสู่ระหว่างกันจากฝั่งมาเลเซีย

อีกไม่นานก็จะถึงวันแรกของปี 2562 ที่ไทยจะได้รับเกียรติในการเป็นประธานอาเซียนอย่างเป็นทางการและด้วยความร่วมแรงร่วมใจ คนไทยจะสามารถพูดติดปากกับชาวอาเซียนและชาวโลกว่า เรายินดีต้อนรับสู่ประเทศไทย ยินดีต้อนรับสู่อาเซียน หรือ “ไทยคืออาเซียน” (Thailand is ASEAN) ได้อย่างแท้จริง โดยคนไทยทุกคนต้องเข้าใจและเชื่อมั่นในการเป็นประชาคมอาเซียน ทั้งในความหมาย ประโยชน์ที่คนไทยจะได้รับ และทิศทางในอนาคต