21
ธันวาคม
2561

นายกรัฐมนตรี ให้การต้อนรับเลขาธิการอาเซียน ณ ทำเนียบรัฐบาล

21
ธันวาคม
2561

นายกรัฐมนตรี ให้การต้อนรับเลขาธิการอาเซียน ณ ทำเนียบรัฐบาล

789

เมื่อวันที่ 21 ธันวาคม 2561 เวลา 14.00 น. พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ให้การต้อนรับ ดาโต๊ะ ปาดูกา ลิม จ็อก ฮอย (Dato Paduka Lim Jock Hoi) เลขาธิการอาเซียน ณ ห้องสีงาช้าง ตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล ภายหลังเสร็จสิ้นการหารือ พลโท วีรชน สุคนธปฏิภาค รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวสรุปสาระสำคัญการหารือดังนี้

นายกรัฐมนตรีแสดงความชื่นชมบทบาทของเลขาธิการอาเซียน โดยเฉพาะด้านมนุษยธรรมที่ได้ลงไปให้ความช่วยเหลือในสปป.ลาว อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพเมื่อช่วงเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา พร้อมกล่าวย้ำว่าไทยเป็นเกียรติและมีความพร้อมที่จะปฏิบัติหน้าที่ประธานอาเซียนในปีหน้า

เลขาธิการอาเซียนยินดีสนับสนุนไทยในการขับเคลื่อนแนวคิดหลักสำหรับการดำรงตำแหน่งประธานอาเซียน คือ “ร่วมมือ ร่วมใจ ก้าวไกล ยั่งยืน” (Advancing Partnership for Sustainability) โดยนายกรัฐมนตรีย้ำว่าจะเสริมสร้างความร่วมมือและความเป็นหุ้นส่วนภายในอาเซียนและระหว่างอาเซียนกับภาคีภายนอกให้ใกล้ชิดมากยิ่งขึ้น โดยคำนึงถึงการรักษาความเป็นแกนกลางของอาเซียนเพื่อนำไปสู่ผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรมและสร้างความยั่งยืนให้อาเซียนในทุกมิติ

ในการนี้เลขาธิการอาเซียนได้แสดงความชื่นชมบทบาทของไทยในการแก้ไขปัญหาการทำประมงที่ผิดกฎหมาย (Illegal Unreported and Unregulated Fishing: IUU) แบบบูรณาการ และสามารถเป็นแบบอย่างที่ดีให้กับประเทศสมาชิกอาเซียนอื่นๆ

ทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องว่าอาเซียนต้องเตรียมความพร้อมและวางแผนสำหรับอนาคตเพื่อให้อาเซียนเป็นประชาคมซึ่งมองไปสู่อนาคต โดยเห็นว่าสำนักเลขาธิการอาเซียนควรเพิ่มบทบาทด้านการประสานงานและขับเคลื่อนกับองค์กรเฉพาะสาขา เพื่อสนับสนุนการจัดตั้งศูนย์อาเซียนต่างๆ ในประเทศไทย โดยเฉพาะศูนย์อาเซียนเพื่อการศึกษาและการหารือด้านการพัฒนาที่ยั่งยืน ศูนย์แพทย์ทหารอาเซียนและศูนย์อาเซียนเพื่อผู้สูงวัยอย่างมีศักยภาพและนวัตกรรม นอกจากนี้นายกรัฐมนตรียังเห็นว่าอาเซียนควรมีมาตรการเพื่อป้องกันภัยทางไซเบอร์ที่จะส่งผลกระทบต่อความมั่นคงด้วย

ทั้งนี้ไทยต้องการให้การดำรงตำแหน่งประธานอาเซียนของไทยเน้นเรื่องการแก้ปัญหาอุปสรรคในการดำเนินงานภายใต้สามเสาหลัก โดยให้ความสำคัญใน 3 ประเด็น คือ 1. ไทยพร้อมสนับสนุนการเจรจาความตกลงหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจระดับภูมิภาค (RCEP) ให้ได้ภายในปี 2562 2. ไทยต้องการร่วมมือกับสำนักเลขาธิการอาเซียนในการผลักดันให้เกิดความเชื่อมโยงอย่างไร้รอยต่อในอาเซียน 3. ไทยต้องการผลักดันพันธะสัญญาและประเด็นต่างๆ ที่ยังคั่งค้าง

โอกาสนี้ ทั้งสองฝ่ายได้แลกเปลี่ยนข้อคิดเห็นเกี่ยวกับสถานการณ์ในภูมิภาค ได้แก่ สถานการณ์ในรัฐยะไข่ ซึ่งเลขาธิการอาเซียนได้เดินทางเยือนเมียนมาเมื่อวันที่ 17-18 ธันวาคมที่ผ่านมาเพื่อหารือเรื่องบทบาทของศูนย์ประสานงานอาเซียนเพื่อความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมในการจัดการภัยพิบัติ (AHA Centre) โดยไทยเห็นว่ากระบวนการให้ความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมเป็นเรื่องเร่งด่วน อาเซียนสามารถมีบทบาทในการเป็นสะพานเชื่อมโยงการทำงานกับเมียนมาได้ สำหรับสถานการณ์ทะเลจีนใต้นั้น ไทยให้ความสำคัญกับเสถียรภาพและความเจริญรุ่งเรืองในทะเลจีนใต้ นอกจากนี้ทั้งสองฝ่ายยังได้หารือเกี่ยวกับสงครามการค้า และสถานการณ์ในคาบสมุทรเกาหลี

ในตอนท้าย นายกรัฐมนตรีให้คำมั่นว่าไทยพร้อมเป็นเจ้าบ้านที่ดีและจะปฏิบัติหน้าที่ในการเป็นประธานอาเซียนอย่างเต็มศักยภาพ

ที่มาของข่าว http://www.thaigov.go.th/news/contents/details/17675