17
มกราคม
2562

การประชุม Retreat บทบาทขับเคลื่อนประชาคมอาเซียน

17
มกราคม
2562

การประชุม Retreat บทบาทขับเคลื่อนประชาคมอาเซียน

1,084

หลังจากเตรียมการมาระยะหนึ่งแล้วไทยได้เริ่มทําหน้าที่ประธานอาเซียนอย่างเป็นทางการตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค.2562 โดยตลอดทั้งปีไทยจะต้องเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมในระดับผู้นํารัฐมนตรี และเจ้าหน้าที่อาวุโส รวมทั้งระดับอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องประมาณ 180 ครั้ง ซึ่งสะท้อนถึงความร่วมมือที่หลากหลายของอาเซียน

ทั้งนี้ จากการประชุมร้อยกว่าครั้งมีการประชุมที่สําคัญเป็นพิเศษ ได้แก่การประชุมผู้นํา 2 ครั้ง และการประชุมรัฐมนตรีในด้านต่างๆ เช่น การประชุมรัฐมนตรีต่างประเทศ การประชุมรัฐมนตรีพาณิชย์ การประชุมรัฐมนตรีกลาโหม เป็นต้น

เหตุที่ต้องมีการประชุมจํานวนมากถึงเพียงนี้ก็เพราะอาเซียนมีสมาชิก 10 ประเทศ และครอบคลุมความร่วมมือในหลากหลายสาขา ดังนั้นการตัดสินใจนโยบายที่จะส่งผลถึงสมาชิกทั้งหมดจึงต้องได้รับความเห็นชอบจากทุกประเทศและจะต้องผ่านกระบวนการพิจารณาอย่างรอบด้านเพื่อเสนอให้ที่ประชุมผู้นําได้พิจารณาตัดสินขั้นสุดท้ายซึ่งการพิจารณากลั่นกรองของระดับเจ้าหน้าที่ตลอดจนระดับรัฐมนตรีของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องของประเทศสมาชิกอาเซียนทั้งหมดมีความสําคัญยิ่ง

นอกจากนี้ ในความเป็นจริงการประชุมในระดับเจ้าหน้าที่ ซึ่งจะต้องพิจารณารายละเอียดมากที่สุดมักจะไม่จบในครั้งเดียว แต่ต้องมีรอบสองหรือสามตามมา กว่าจะได้ข้อสรุปที่ทุกฝ่ายพอใจ ซึ่งเป็นหลักการทํางานของอาเซียนที่เป็นเอกลักษณ์และสําคัญที่สุด คือ การมีฉันทามติอาเซียน มี 3 เสาหลัก คือ การเมือง เศรษฐกิจ และสังคม ซึ่งประกอบด้วยความร่วมมืออีกหลายสาขาในเสาหลักของตน

การประชุมระดับรัฐมนตรีที่ไทยจะเป็นเจ้าภาพจัดเป็นครั้งแรกคือ การประชุมรัฐมนตรีต่างประเทศอาเซียนอย่างไม่เป็นทางการ (ASEAN Foreign Ministers’ Retreat) ระหว่างวันที่ 17-18 ม.ค. 2562 ที่ จ.เชียงใหม่ คําว่า Retreat โดยทั่วไปหมายถึงการปลีกตัวไปหาความสงบ หรือปัจจุบันได้มีการนําความหมายนี้ใช้เรียกการ ประชุมอย่างไม่เป็นทางการ ภายใต้บรรยากาศที่เป็นกันเอง ไม่ยึดติดแบบแผน เพื่อให้ผู้เข้าร่วมประชุมผ่อนคลายและแลกเปลี่ยนความเห็นได้อย่างเต็มที่และตรงไปตรงมา

การแต่งกายมักกําหนดว่าไม่ต้องผูกเนกไท การประชุมแบบ Retreat ไม่ได้มีเฉพาะในอาเซียนเท่านั้น แต่เป็นรูปแบบการประชุมที่จัดกันเป็นปกติในเวที ระหว่างประเทศ แม้แต่บริษัทเอกชนบางแห่งก็จัดประชุม Business Retreat เพื่อให้ผู้บริหารได้พูดคุยแลกเปลี่ยนความเห็นเกี่ยวกับยุทธศาสตร์ขององค์กร

การจัดประชุม Retreat นิยมจัดในสถานที่ที่เอื้อต่อการสร้างบรรยากาศความคุ้นเคยและเป็นกันเอง จึงไม่น่าแปลกใจที่ไทยจะจัดการประชุม ASEAN Foreign Ministers’ Retreat ที่เชียงใหม่ เมืองที่มีศักยภาพด้าน เศรษฐกิจ การท่องเที่ยว และศูนย์การประชุมในภาคเหนือ และการประชุมยังมีขึ้นในช่วงที่อากาศเย็นสบายออกจากห้องประชุมมาพักสายตาชื่นชมวิวภูเขาได้

อีกทั้งยังมีความพร้อมด้านการเดินทางจากสนามบิน สถานที่ประชุม และโรงแรมที่พัก ซึ่งเป็นปัจจัยสําคัญในการเลือกสถานที่ที่เหมาะสมจะจัดการประชุมระหว่างประเทศ และสําหรับคู่สมรสของรัฐมนตรีที่ติดตามไปด้วยฝ่ายไทยได้ เตรียมกําหนดการนําชมสถานที่ที่น่าสนใจไว้หลายแห่ง เช่นหอศิลปวัฒนธรรมเมืองเชียงใหม่ และ Elephant PooPoo Paper Park ซึ่งเชี่ยวชาญการนํามูลช้างมาแปรรูป เป็นกระดาษและผลิตภัณฑ์ต่างๆ สอดคล้องกับความตั้งใจของไทยที่จะผลักดันให้อาเซียนมีการพัฒนาอย่างเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม และนําเสนอสินค้าคุณภาพซึ่งรักษาสภาพแวดล้อม

ในแต่ละปีการประชุมของรัฐมนตรีต่างประเทศอาเซียนจะจัด 2 ครั้ง คือการประชุมรัฐมนตรีต่างประเทศ อาเซียนอย่างเป็นทางการ (ASEAN Ministerial Meeting: AMM) กับการประชุมรัฐมนตรีต่างประเทศอาเซียนอย่างไม่เป็นทางการที่กล่าวถึงข้างต้นการเริ่มต้นด้วยการประชุม Retreat ของรัฐมนตรีต่างประเทศนั้นมีจุดประสงค์ให้สมาชิกมาพูดคุยกันตั้งแต่ต้นปี เพราะเป็นช่วงเปลี่ยนผ่านให้ประธานอาเซียนใหม่ ประธานจะได้อธิบายให้ประเทศอื่นๆ เข้าใจว่าจะผลักดันเรื่องอะไรบ้างภายใต้แนวคิดหลักตลอดช่วงที่ทําหน้าที่ประธาน

พร้อมทั้งรับฟังความเห็น ข้อเสนอแนะของสมาชิกอื่นๆ ด้วยว่าควรร่วมกันขับเคลื่อนประชาคมอาเซียนอย่างไรให้บรรลุเป้าหมาย รวมทั้งพูดคุยในประเด็นภูมิภาคและระหว่างประเทศที่ทุกคนให้ความสําคัญ การประชุม Retreat จึงสําคัญมาก เพราะเปรียบเสมือนการนัดแนะกันก่อนออกเดินทางว่าจะใช้เส้นทางไหนที่จะทําให้ทุกคนไปถึงจุดหมายปลายทางด้วยกันได้อย่างรวดเร็ว มั่นคง และปลอดภัย

เมื่อเดือน ธ.ค.ที่แล้ว เลขาธิการอาเซียนได้มาเยือนไทยตามธรรมเนียมปฏิบัติที่จะเดินทางเยือนประเทศที่จะเป็นประธานอาเซียนในวาระถัดไปเพื่อหารือแนวทางขับเคลอนประเด็นที่ไทยให้ความสําคัญ ซึ่งมีหลายเรื่อง เช่นการส่งเสริมความยั่งยืนในทุกมิติ การปรับปรุงประสิทธิภาพของอาเซียน การส่งเสริมความเชื่อมโยงไร้รอยต่อทั้งด้านกายภาพและกฎระเบียบ และการเพิ่มบทบาทอาเซียนในการเสริมสร้างความมั่นคงในภูมิภาค แนวคิดอินโด-แปซิฟิก ดังนั้น การประชุม Retreat ที่เชียงใหม่ ซึ่งเป็นโอกาสที่จะหารือกันในรายละเอียดมากขึ้น

แต่เดิมนั้น อาเชียนมีเฉพาะการประชุมรัฐมนตรีต่างประเทศอย่างเป็นทางการหรือ AMM และเพิ่งจัดการประชุมแบบ Retreat ครั้งแรกเมื่อ ปี 2542 ในปีที่สิงคโปร์เป็นประธาน ข้อมูลจากการค้นคว้าของ Moe | Thazar Lat Hoang Thi Ha Law ศูนย์อาเซียนศึกษาสถาบัน ISEAS-Yusuf Wuk ระบุว่า หลังเกิดวิกฤตเศรษฐกิจในเอเชียในปี 2540 และการรับสมาชิกอาเซียนใหม่ระหว่างปี 2540-2542 ซึ่งทําให้เกิดช่องว่างในการพัฒนาระหว่างสมาชิกอาเซียนเก่ากับใหม่ สิงคโปร์ในฐานะประธานอาเซียนเห็นว่า ควรมีการระดมสมองเพื่อแลกเปลี่ยนความเห็นเกี่ยวกับทิศทางความร่วมมือของอาเซียนในระยะต่อไป โดยผู้เสนอให้จัดการประชุมในรูปแบบ Retreat คือ S.jayakumar รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศสิงคโปร์ในขณะนั้น

การประชุม Retreat ครั้งนั้นยังไม่ได้จัดช่วงต้นปี แต่จัดต่อเนื่องกับการประชุม AMM แบบที่เรียกว่า Buck-To-Back โดยไม่มีการกําหนดระเบียบวาระชัดเจน มีแต่หัวข้อการหารือ และจํากัดผู้เข้าร่วมให้น้อยที่สุด ซึ่งมักจะเชิญเฉพาะรัฐมนตรีกับเจ้าหน้าที่อาวุโสอีก 1 คนเท่านั้น เพื่อให้ผู้เข้าร่วมประชุมรู้สึกสะดวกใจที่จะแลกเปลี่ยนความเห็นอย่างเปิดเผยและในกลุ่มเล็ก

นอกจากนี้ ผลการประชุมจะไม่ปรากฏเป็นเอกสารทางการ แต่อาจจัดทําแถลงข่าวของประธาน (Press Statement by the Chair) หรือข่าวสารนิเทศ (Press Release) สําหรับประชาสัมพันธ์เท่านั้น ต่อมาในปี 2544 จึงได้มีการจัดการประชุมรัฐมนตรีต่างประเทศอาเซียนแบบ Retreat แยกต่างหากจากการประชุม AMM เป็นครั้งแรก และดําเนินการต่อเนื่องถึงปัจจุบัน

เมื่อมองย้อนกลับไปในอดีตค้นพบว่า อาเซียนมีจุดกําเนิดจากการประชุมแบบ Retreat เพราะเมื่อครั้งที่ถนัด คอมันตร์ อดีต รมว.ต่างประเทศของไทยเชิญรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศอินโดนีเซีย มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ และสิงคโปร์มาปรึกษาหารือเรื่องการก่อตั้งอาเชียนเมื่อปี 2510 ข้อตกลงเกิดขึ้นจากการประชุมแบบ Retreat ที่บ้านแหลมแท่น บางแสน

แนวคิดการเป็นประธานอาเซียนของไทยคือ “ร่วมมือร่วมใจ ก้าวไกล ยังยืน” แต่ไม่ว่าอาเชียนมุ่งหวังจะก้าวไกลเพียงใด ย่อมต้องเริ่มต้นด้วยก้าวแรกเสมอารประชุม ASEAN Foreign Ministers Retreat ระหว่างวันที่ 17-18 ม.ค. 2562 ที่เชียงใหม่จึงเป็นก้าวแรกของการทําหน้าที่ของไทย เพื่อให้อาเซียนร่วมใจกันก้าวไปข้างหน้าเพื่อการพัฒนาภูมิภาคอย่างยั่งยืนต่อไป