05
กรกฎาคม
2562

การประชุมเจ้าหน้าที่อาวุโสแรงงานอาเซียน ครั้งที่ 15 และการประชุมอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง (15th Senior Labour Officials Meeting and the Related Meetings) ระหว่างวันที่ 2 – 4 กรกฎาคม 2562

05
กรกฎาคม
2562

การประชุมเจ้าหน้าที่อาวุโสแรงงานอาเซียน ครั้งที่ 15 และการประชุมอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง (15th Senior Labour Officials Meeting and the Related Meetings) ระหว่างวันที่ 2 – 4 กรกฎาคม 2562

357

วัตถุประสงค์ : เพื่อส่งเสริมการขับเคลื่อนแผนงานรัฐมนตรีแรงงานอาเซียน ค.ศ. 2016 – 2020 ติดตามความคืบหน้าการดำเนินการในประเด็นต่างๆ ภายใต้แผนงานรัฐมนตรีแรงงานอาเซียนฯ พิจารณาประเด็นที่รัฐมนตรีแรงงานอาเซียนได้เสนอแนะให้ประเทศสมาชิกนำไปดำเนินการ ตลอดจนจัดเตรียมประเด็นเพื่อนำเสนอต่อที่ประชุมระดับรัฐมนตรีให้ความเห็นชอบ

กลุ่มเป้าหมาย : เจ้าหน้าที่อาวุโสแรงงานอาเซียน เจ้าหน้าที่อาวุโสแรงงานอาเซียนบวกสาม (เป็นการประชุมที่มีหัวหน้าคณะผู้แทนระดับปลัดกระทรวงหรือรองปลัดกระทรวง) จากประเทศสมาชิกอาเซียนและอาเซียนบวกสาม สำนักเลขาธิการอาเซียน รวมถึงองค์การระหว่างประเทศต่างๆ (ประมาณ 70 คน)

ระยะเวลาดำเนินการ : 2 –4 กรกฎาคม 2562

สถานที่หรือพื้นที่ดำเนินการ : โรงแรมอมารี วอเตอร์เกท จังหวัดกรุงเทพมหานคร

การประชุม: การประชุมเจ้าหน้าที่อาวุโสแรงงานอาเซียน (SLOM) ครั้งที่ 15 และการประชุมอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง ประกอบด้วย การประชุมทั้งสิ้น 3 การประชุม ดังนี้

1) การประชุมเจ้าหน้าที่อาวุโสแรงงานอาเซียน (SLOM) ครั้งที่ 15

ระยะเวลา: 2 วัน ( 2 – 3 กรกฎาคม 2562)

ผู้เข้าร่วมการประชุม: เจ้าหน้าที่อาวุโสแรงงานอาเซียนจากประเทศสมาชิกอาเซียน

2) การประชุมเจ้าหน้าที่อาวุโสแรงงานอาเซียนบวกสาม (SLOM+3) ครั้งที่ 17

ระยะเวลา: 0.5 วัน (4 กรกฎาคม 2562)

ผู้เข้าร่วมการประชุม: เจ้าหน้าที่อาวุโสแรงงานอาเซียนบวกสามจากประเทศสมาชิกอาเซียนบวกสาม

3) การประชุม ASEAN-ILO/Japan Cooperation Committee (PCC) meeting

ระยะเวลา: 0.5 วัน (4 กรกฎาคม 2562)

ผู้เข้าร่วมการประชุม: ผู้อำนวยการ/เจ้าหน้าที่ที่รับผิดชอบการขับเคลื่อนโครงการความร่วมมือ ASEAN-ILO/Japan

ผลการประชุมที่สำคัญ ที่ประชุมเจ้าหน้าที่อาวุโสแรงงานอาเซียน ครั้งที่ 15 (15th SLOM) และการประชุมอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง มีมติที่สำคัญ ดังนี้

1) เห็นชอบการจัดทำแผนงานรัฐมนตรีแรงงานอาเซียน ฉบับใหม่ ค.ศ. 2021– 2025 แทนแผนงานฉบับเก่า (ค.ศ. 2016 – 2020 โดยมีประเด็นสำคัญที่จะหยิบยก คือ

1) อนาคตของงาน (future of work)

2) งานที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม (green jobs)

3) การพัฒนาทักษะด้านอาชีพ (TVET) และการเรียนรู้ตลอดช่วงวัย (lifelong learning) และ

4) การขยายการคุ้มครองทางสังคมที่ครอบคลุมแรงงานทั้งแรงงานในประเทศและแรงงานต่างด้าวเพื่อให้เข้าถึงงานที่มีคุณค่า โดยให้ความสำคัญกับการตอบสนองต่อความ    ต้องการของภาคธุรกิจและอุตสาหกรรมในกระแสการปฏิวัติอุตสาหกรรม ครั้งที่ 4 การใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีดิจิทัล และการส่งเสริมบทบาทของไตรภาคี (tripartite) และหุ้นส่วนทางสังคม (social partner) ให้เป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนเพื่อรองรับงานรูปแบบใหม่และความท้าทายอันเกิดจากการปฏิวัติอุตสาหกรรม ครั้งที่ 4

2) เห็นชอบการขับเคลื่อนการดำเนินงานในประเด็นคาบเกี่ยว (cross cutting) ร่วมกับสาขาความร่วมมืออื่นๆ อาทิ เจ้าหน้าที่อาวุโสแรงงานอาเซียนด้านการศึกษา (SOM-ED) เจ้าหน้าที่อาวุโสอาเซียนด้านเศรษฐกิจ (SEOM) ฯลฯ ได้แก่

1) การส่งเสริมการจ้างงานอย่างบูรณาการ (inclusive employment) ในบริบทการส่งเสริมการมีงานทำของทุกกลุ่มเป้าหมาย โดยเชื่อมโยงการพัฒนาทักษะด้านอาชีพ (TVET) กับความต้องการที่แท้จริงของตลาดแรงงาน เพื่อให้สอดคล้องกับการปฏิวัติอุตสาหกรรม ครั้งที่ 4 และการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างประชากรเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ และ

2) แรงงานทักษะฝีมือ การพัฒนาทักษะฝีมือแรงงาน และการเทียบเคียงคุณวุฒิ (Skilled labour, skills development and skills recognition) โดยสนับสนุนให้เป็นไปอย่างสอดคล้องกับ ก. ปฏิญญาแห่งศตวรรษ (Centenary Declaration) ที่ได้มีการรับรองในที่ประชุมใหญ่องค์การแรงงานระหว่างประเทศ สมัยที่ 108 (108th ILC) ซึ่งเป็นกรอบแนวทางการดำเนินการในเชิงนโยบายขององค์การแรงงานระหว่างประเทศ ในศตวรรษที่ 2 เพื่อสร้างอนาคตของงานที่ยุติธรรม ครอบคลุม และมั่นคงยิ่งขึ้น เพื่อพัฒนาแนวทางการทำงานที่ยึดคนเป็นศูนย์กลางเพื่ออนาคตของงาน โดยมีการจ้างงานอย่างเต็มรูปแบบและเป็นงานมีคุณค่าสำหรับทุกคน ข. ถ้อยแถลงรัฐมนตรีแรงงานอาเซียนว่าด้วยอนาคตของงาน : การส่งเสริมเทคโนโลยีและการเจริญเติบโตที่ทุกคนมีส่วนร่วม และ ค. ถ้อยแถลงรัฐมนตรีแรงงานอาเซียนว่าด้วยข้อริเริ่มที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เพื่อเสนอที่ประชุมใหญ่องค์การแรงงานระหว่างประเทศ สมัยที่ 108

3) การติดตามและประเมินผลแผนงานรัฐมนตรีแรงงานอาเซียน ค.ศ. 2016 – 2020 : โดยที่ประชุมเห็นชอบตัวชี้วัด 23 ตัวชี้วัด ใน 4 ประเด็นหลัก คือ ก. ทักษะฝีมือแรงงาน
และขีดความสามารถในการปรับตัวของกำลังแรงงาน ข. การจ้างงานที่มีผลิตภาพ ค. สถานประกอบการที่มีการบูรณาการ ปลอดภัย และมีความก้าวหน้า และ ง. การขยายการคุ้มครองทางสังคม ทั้งนี้ เพื่อประเมินผลการขับเคลื่อนการดำเนินโครงการภายใต้แผนงานรัฐมนตรีแรงงานอาเซียน ค.ศ. 2016 – 2020 ให้เป็นข้อมูลประกอบการจัดทำแผนงานฉบับใหม่

4) การขยายความร่วมมือกับประเทศอาเซียนบวกสาม : ทั้งนี้สำหรับความร่วมมือในปัจจุบันและการขยายความร่วมมือในอนาคตเพื่อแผนงานรัฐมนตรีแรงงานอาเซียน ค.ศ. 2021 – 2025

ก. สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนจีน ในประเด็นความร่วมมือใต้-ใต้ (south-south cooperation) /การส่งเสริมการดำเนินงานตามกรอบความร่วมมือ Belt and Road /
การส่งเสริมงานวิจัยเกี่ยวกับความท้าทายกับเศรษฐกิจ/ การส่งเสริมความร่วมมือล้านช้าง-แม่โขง ว่าด้วยการพัฒนาทักษะฝีมือแรงงาน ตลอดจนการแลกเปลี่ยนประสบการณ์และงานวิจัยเกี่ยวกับการพัฒนาทักษะฝีมือแรงงาน

ข. ญี่ปุ่น ในประเด็นการส่งเสริมแรงงานสัมพันธ์/ การพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ในมิติ การพัฒนาทักษะฝีมือแรงงาน/ การส่งเสริมความปลอดภัยและอาชีวอนามัย และการสร้างเครือข่ายประกันสังคม ทั้งนี้ให้เป็นไปตามกระแสการปฏิวัติอุตสาหกรรม ครั้งที่ 4 และมาตรฐานสากลขององค์การแรงงานระหว่างประเทศ

ค. สาธารณรัฐเกาหลี ในประเด็นการพัฒนาทักษะด้านอาชีพ (TVET) รวมถึง reskill และ upskill/ การส่งเสริมกิจกรรมการแข่งขันทักษะฝีมือแรงงาน

5) การขยายความร่วมมือกับภาคีภายนอก โดยที่ประชุมมีมติเห็นชอบให้ดำเนินความร่วมมืออย่างใกล้ชิดกับองค์การแรงงานระหว่างประเทศเพื่อสนับสนุนการจัดทำแผนงานรัฐมนตรีแรงงานอาเซียนฉบับใหม่ ค.ศ. 2021 – 2025 ในเรื่องงานในอนาคต (Future of Work) และงานที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม (Green Jobs) โดยที่ทั้งสองเรื่องเป็นหนึ่งในข้อริเริ่ม 7 ข้อขององค์การแรงงานระหว่างประเทศเนื่องในโอกาสครบรอบ 100 ปี

ประโยชน์ที่กระทรวงแรงงานได้รับ: การเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมเจ้าหน้าที่อาวุโสแรงงานอาเซียน ครั้งที่ 15 (15th SLOM) และการประชุมอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง แสดงให้เห็นถึงศักยภาพของไทยในการเป็นประธานอาเซียน และความพร้อมในการแสดงบทบาทผู้นำในเวทีสากล โดยที่ผลการประชุมในครั้งนี้ มีความสำคัญต่อการกำหนดนโยบายระยะยาวของกระทรวงแรงงานโดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องการปรับตัวให้แรงงานมีขีดความสามารถ มีทักษะรองรับงานรูปแบบใหม่ๆ กับความท้าทายจากการเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุและการปฏิวัติอุตสาหกรรม ครั้งที่ 4 และสามารถใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีดิจิทัลเพื่อส่งเสริมการเข้าถึงงานที่มีคุณค่าได้ นอกจากนั้น กระทรวงแรงงานยังได้รับประโยชน์จากการเพิ่มโอกาสการขยายความร่วมมือกับทั้งองค์การแรงงานระหว่างประเทศและประเทศอาเซียนบวกสาม โดยที่ในการประชุมครั้งนี้ กระทรวงแรงงานจะมีการขับเคลื่อนโครงการการศึกษาวิจัยเกี่ยวกับทักษะด้านอาชีพ (TVET) เพื่อตอบรับความต้องการตลาดแรงงาน ร่วมกับสาธารณรัฐฟิลิปปินส์ เวียดนาม และสาธารณรัฐเกาหลี ด้วย