คณะค้นหาข้อเท็จจริงจากประชาคมการเมืองและความมั่นคงอาเซียนเยือนติมอร์-เลสเต

คณะค้นหาข้อเท็จจริงจากประชาคมการเมืองและความมั่นคงอาเซียนเยือนติมอร์-เลสเต

ระหว่างวันที่ 3 – 6 กันยายน 2562

 

เมื่อวันที่ 3 – 6 กันยายน 2562 นางบุษยา มาทแล็ง ปลัดกระทรวงการต่างประเทศ นำคณะค้นหาข้อเท็จจริงจากประชาคมการเมืองและความมั่นคงอาเซียน (ASEAN Political-Security Community Fact-Finding Mission – APSC FFM) เดินทางเยือนกรุงดิลี สาธารณรัฐประชาธิปไตยติมอร์-เลสเต เพื่อประเมินความพร้อมของติมอร์-เลสเตในการเข้าเป็นสมาชิกอาเซียน

คณะ APSC FFM เป็นคณะค้นหาข้อเท็จจริงคณะแรกจากจำนวนทั้งหมดสามคณะของอาเซียนที่จะเดินทางเยือนติมอร์ฯ โดยอาเซียนจะจัดทำการประเมินอย่างสมบูรณ์ต่อการสมัครเข้าเป็นสมาชิกอาเซียนของติมอร์ฯ ภายหลังคณะค้นหาข้อเท็จจริงทั้งสามคณะเดินทางเยือนติมอร์ฯ เรียบร้อยแล้ว ทั้งนี้ คณะค้นหาข้อเท็จจริงจากประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนและประชาคมสังคมและวัฒนธรรมอาเซียนมีกำหนดเดินทางเยือนติมอร์ฯ ในปี 2563

คณะ APSC FFM ซึ่งประกอบด้วยเจ้าหน้าที่อาวุโสจากประเทศสมาชิกอาเซียนทุกประเทศ คณะกรรมการผู้แทนถาวรประจำอาเซียน และสำนักเลขาธิการอาเซียน ได้รับการต้อนรับอย่างอบอุ่นจากกระทรวงการต่างประเทศและความร่วมมือแห่งติมอร์ฯ โดยคณะฯ ได้เข้าเยี่ยมคารวะประธานาธิบดี นายกรัฐมนตรี รองประธานรัฐสภาของติมอร์ฯ และเข้าร่วมประชุมกับผู้นำและบุคคลสำคัญทางการเมืองอื่น ๆ ของติมอร์ฯ โดยทั้งสองฝ่ายได้แลกเปลี่ยนมุมมองและหารือในประเด็นต่าง ๆ อาทิ นโยบายต่างประเทศ การปฏิรูปกฎหมาย และยุทธศาสตร์การพัฒนาประเทศของติมอร์ฯ ตลอดจนความรับผิดชอบภายใต้ประชาคมการเมืองและความมั่นคงอาเซียนเมื่อเข้าเป็นสมาชิกอาเซียน ทั้งนี้ ในระหว่างการประชุมดังกล่าว ฝ่ายติมอร์ฯ ได้ย้ำถึงเจตนารมณ์ทางการเมืองในการเข้าเป็นสมาชิกอาเซียนและความมุ่งมั่นที่จะปฏิบัติตามพันธกรณีของการเป็นสมาชิกอาเซียน

นอกจากนี้ คณะ APSC FFM ยังได้พบผู้แทนของโครงการพัฒนาแห่งสหประชาชาติและธนาคารพัฒนาเอเชียที่ติมอร์ฯ ด้วย โดยในภาพรวม การเยือนติมอร์ฯ ครั้งนี้เป็นโอกาสอันดีสำหรับอาเชียนที่ได้เรียนรู้จากการมีปฏิสัมพันธ์โดยตรงกับติมอร์ฯ รวมทั้งได้พิจารณาสาขาความร่วมมือที่เป็นไปได้ในการสนับสนุนติมอร์ฯ

ปัจจุบัน ติมอร์ฯ มีคณะผู้แทนทางการทูตประจำประเทศสมาชิกอาเซียนทุกประเทศ และพร้อมที่จะจัดตั้งคณะผู้แทนถาวรประจำอาเซียน ณ กรุงจาการ์ตา นอกจากนี้ ติมอร์ฯ ได้เข้าร่วมการประชุมอาเซียนว่าด้วยความร่วมมือด้านการเมืองและความมั่นคงในภูมิภาคเอเชียและแปซิฟิก (ASEAN Regional Forum – ARF) ตั้งแต่ปี 2548 และเข้าเป็นอัครภาคีของสนธิสัญญามิตรภาพและความร่วมมือในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (Treaty of Amity and Cooperation in Southeast Asia – TAC) เมื่อปี 2550

ดาวน์โหลดเอกสารเพิ่มเติมที่นี่ ⇓

คณะค้นหาข้อเท็จจริงจากประชาคมการเมืองและความมั่นคงอาเซียนเยือนติมอร์-เลสเต

การประชุมเจ้าหน้าที่อาวุโสการประชุมสุดยอดเอเชียตะวันออก 19 กันยายน 2562

เมื่อวันที่ 19 กันยายน 2562 นางบุษยา มาทแล็ง ปลัดกระทรวงการต่างประเทศเป็นประธานการประชุมเจ้าหน้าที่อาวุโสการประชุมสุดยอดเอเชียตะวันออก เพื่อหารือความคืบหน้าประเด็นความร่วมมือในกรอบการประชุมสุดยอดเอเชียตะวันออก (ซึ่งประกอบด้วยประเทศสมาชิกอาเซียน และประเทศคู่เจรจา ได้แก่ ออสเตรเลีย จีน อินเดีย ญี่ปุ่น นิวซีแลนด์ เกาหลีใต้ สหรัฐอเมริกา และรัสเซีย) แลกเปลี่ยนความคิดเห็นเกี่ยวกับพัฒนาการของประเด็นภูมิภาคและระหว่างประเทศ ) และการประชุมสุดยอดอาเซียน ครั้งที่ 35 และการประชุมสุดยอดที่เกี่ยวข้อง ซึ่งไทยจะเป็นเจ้าภาพในเดือนตุลาคม – พฤศจิกายน 2562

 

คลังรูปภาพ : การประชุมเจ้าหน้าที่อาวุโสการประชุมสุดยอดเอเชียตะวันออก 19 กันยายน 2562

การประชุมเจ้าหน้าที่อาวุโสอาเซียนบวกสาม 19 กันยายน 2562

เมื่อวันที่ 19 กันยายน 2562 นางบุษยา มาทแล็ง ปลัดกระทรวงการต่างประเทศเป็นประธานการประชุมเจ้าหน้าที่อาวุโสอาเซียนบวกสาม เพื่อหารือความคืบหน้าประเด็นความร่วมมือในกรอบอาเซียนบวกสาม (ซึ่งประกอบด้วยจีน ญี่ปุ่น และเกาหลีใต้) และการประชุมสุดยอดอาเซียน ครั้งที่ 35 และการประชุมที่เกี่ยวข้อง ซึ่งไทยจะเป็นเจ้าภาพในเดือนตุลาคม – พฤศจิกายน 2562

 

คลังรูปภาพ : การประชุมเจ้าหน้าที่อาวุโสอาเซียนบวกสาม 19 กันยายน 2562

 

การประชุมเจ้าหน้าที่อาวุโสสามเสาหลัก 18 กันยายน 2562

เมื่อวันที่ 18 กันยายน 2562 เจ้าหน้าที่อาวุโสจากสามเสาความร่วมมืออาเซียน ได้แก่ เสาการเมืองความมั่นคง เสาเศรษฐกิจ และเสาสังคมและวัฒนธรรม และคณะผู้แทนถาวรประจำอาเซียน ณ กรุงจาการ์ตา รวมทั้งรองเลขาธิการอาเซียนทั้งสามเสา ประชุมร่วมกันเพื่อเตรียมการสำหรับการประชุมสุดยอดอาเซียน ครั้งที่ 35 และการประชุมที่เกี่ยวข้อง ซึ่งไทยจะเป็นเจ้าภาพในเดือนตุลาคม – พฤศจิกายน 2562 และร่วมกันขับเคลื่อนประเด็นคาบเกี่ยวระหว่างเสาความร่วมมือ โดยเฉพาะประเด็นที่ไทยให้ความสำคัญภายใต้แนวคิดหลัก “ร่วมมือ ร่วมใจ ก้าวไกล ยั่งยืน”

โดยผู้แทนไทยประกอบด้วย นางบุษยา มาทแล็ง ปลัดกระทรวงการต่างประเทศ นายดวงอาทิตย์ นิธิอุทัย รองอธิบดีกรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ นางสาวสราญภัทร อนุมัติราชกิจ ผู้ตรวจราชการ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ และนางสาวภาสพร สังฆสุบรรณ์ เอกอัครราชทูตผู้แทนถาวรประจำอาเซียนประจำอาเซียน ณ กรุงจาการ์ตา

 

Photo Gallery การประชุมเจ้าหน้าที่อาวุโสสามเสาหลัก 18 กันยายน 2562

การประชุมคณะทำงานภายใต้คณะมนตรีประสานงานอาเซียน ครั้งที่ 8 เพื่อหารือเกี่ยวกับการสมัครเข้าเป็นสมาชิกอาเซียนของติมอร์-เลสเต 18 กันยายน 2562

เมื่อวันที่ 18 กันยายน 2562 เจ้าหน้าที่อาวุโสจากสามเสาความร่วมมืออาเซียน ได้แก่ เสาการเมืองความมั่นคง เสาเศรษฐกิจ และเสาสังคมและวัฒนธรรม ร่วมประชุมคณะทำงานภายใต้คณะมนตรีประสานงานอาเซียน ครั้งที่ 8 เพื่อหารือความคืบหน้าการพิจารณาการสมัครเข้าเป็นสมาชิกอาเซียนของติมอร์-เลสเต โดยที่ประชุมได้รับทราบผลการเยือนและแบ่งปันประสบการณ์การเยือนติมอร์-เลสเตของคณะค้นหาข้อเท็จจริงจากประชาคมการเมืองและความมั่นคงอาเซียน ระหว่างวันที่ 3 – 6 กันยายน 2562

 

คลังรูปภาพ : การประชุมคณะทำงานภายใต้คณะมนตรีประสานงานอาเซียน ครั้งที่ 8 เพื่อหารือเกี่ยวกับการสมัครเข้าเป็นสมาชิกอาเซียนของติมอร์-เลสเต

 

 

การประชุมระหว่างเจ้าหน้าที่อาวุโสอาเซียนกับผู้แทนภาคประชาสังคมอาเซียน

 

เมื่อวันที่ 17 กันยายน 2562 นางบุษยา มาทแล็ง ปลัดกระทรวงการต่างประเทศเป็นประธานการประชุมระหว่างเจ้าหน้าที่อาวุโสอาเซียนกับผู้แทนภาคประชาสังคมอาเซียน ในรูปแบบการหารือแบบเปิดโดยมีผู้แทนภาคประชาสังคมจาก 4 ประเทศประธานอาเซียนในอดีต ปัจจุปัน และอนาคต เข้าร่วม ได้แก่ ฟิลิปปินส์ สิงคโปร์ ประเทศไทย และเวียดนาม เพื่อแลกเปลี่ยนข้อคิดเห็นเกี่ยวกับการส่งเสริมการมีส่วนร่วมของภาคประชาสังคมในการสร้างประชาคมอาเซียนที่มีประชาชนเป็นศูนย์กลาง

เจ้าหน้าที่อาวุโสอาเซียนรับฟังข้อเสนอของภาคประชาสังคมประสงค์จะมีการหารือระหว่างผู้นำอาเซียนกับผู้แทนภาคประชาสังคมในช่วงการประชุมสุดยอดอาเซียน ครั้งที่ 35 ที่กรุงเทพฯ ในเดือนพฤศจิกายน 2562 เพื่อเสนอผลการหารือและข้อเสนอแนะจากที่ประชุมอาเซียนภาคประชาชนและมหกรรมประชาชนอาเซียน (ASEAN Civil Society Conference/ ASEAN People’s Forum – ACSC/APF) และการประชุม Town Hall Dialogue ในช่วงการประชุม ACSC/APF เป็นเวทีการหารือกับภาครัฐ

ไทยในฐานะประธานการหารือแจ้งว่า อาเซียนจะให้การพิจารณาข้อเสนอของภาคประชาสังคมอย่างจริงจัง

 

คลังรูปภาพ : การประชุมระหว่างเจ้าหน้าที่อาวุโสอาเซียนกับภาคประชาสังคมอาเซียน

การประชุมระหว่างเจ้าหน้าที่อาวุโสอาเซียนกับคณะทำงานว่าด้วยกลไกสิทธิมนุษยชนแห่งอาเซียน 17 กันยายน 2562

 

เมื่อวันที่ 17 กันยายน 2562 นางบุษยา มาทแล็ง ปลัดกระทรวงการต่างประเทศเป็นประธานการประชุมระหว่างเจ้าหน้าที่อาวุโสอาเซียนกับคณะทำงานว่าด้วยกลไกสิทธิมนุษยชนแห่งอาเซียน เพื่อหาแนวทางในการส่งเสริมและคุ้มครองสิทธิมนุษยชนในอาเซียน ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งในการสร้างประชาคมอาเซียนที่มีประชาชนเป็นศูนย์กลางและไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง

 

คลังรูปภาพการประชุมระหว่างเจ้าหน้าที่อาวุโสอาเซียนกับคณะทำงานว่าด้วยกลไกสิทธิมนุษยชนแห่งอาเซียน

การประชุมเจ้าหน้าที่อาวุโสอาเซียน 17 กันยายน 2562

เมื่อวันที่ 17 กันยายน 2562 นางบุษยา มาทแล็ง ปลัดกระทรวงการต่างประเทศเป็นประธานการประชุมเจ้าหน้าที่อาวุโสอาเซียน เพื่อเตรียมการประชุมสุดยอดอาเซียน ครั้งที่ 35 ในเดือนตุลาคม – พฤศจิกายน 2562

 

คลังรูปภาพ : การประชุมเจ้าหน้าที่อาวุโสอาเซียน การประชุมร่วมเจ้าหน้าที่อาวุโสสามเสาหลัก และการประชุมที่เกี่ยวข้อง 16 – 19 กันยายน 2562

การประชุม AMM ครั้งที่ 52 และการประชุมอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องคุยอะไรกัน

ไทยเป็นเจ้าภาพการประชุมรัฐมนตรีต่างประเทศอาเซียน ครั้งที่ 52  และการประชุมอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง (AMM/PMC) ระหว่างวันที่ 30 กรกฎาคม – 3 สิงหาคม 2562 ในพิธีเปิดการประชุมดังกล่าว นายดอน ปรมัตถ์วินัย รัฐมนตรีว่ากา กระทรวงการต่างประเทศ ได้กล่าวเตือนถึงการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ที่ภูมิภาคอาเซียนและทั้งโลกกำลังเผชิญ และทุกประเทศต้องร่วมกันหาทางรับมือ ได้แก่ การเปลี่ยนแปลงทางภูมิรัฐศาสตร์  ความเสื่อมโทรมของสิ่งแวดล้อม การแพร่ขยายแนวคิดชาตินิยมและการปกป้องทางการค้ามากขึ้น และความท้าทายจากการเชื่อมโยงทางอินเทอร์เน็ตหรือ Internet of Things (IOT)

สิ่งที่รัฐมนตรีทั้งหลายหารือกันจึงไม่พ้นไปจากเรื่องเหล่านี้ และผลสรุปจากการประชุมจึงทำให้สามารถ ‘จับชีพจร’ ของอาเซียนและประเทศคู่เจรจาได้ว่า มีมุมมองอย่างไรในการแปรวิกฤตจากการเปลี่ยนแปลงทั้ง 4 ด้านให้เป็นโอกาส โดยคำตอบของอาเซียนต่อโจทย์ที่แสนท้าทายดังกล่าว คือ เอกสารมุมมองของอาเซียนต่อแนวคิดอินโด-แปซิฟิก (ASEAN Outlook on the Indo-Pacific: AOIP) การพัฒนาอย่างยั่งยืนในทุกมิติหรือ Sustainability of Things (SOT) การค้าพหุภาคีที่เสรี และการปฏิวัติอุตสาหกรรม ครั้งที่ 4

อาเซียนเพิ่งรับรอง AOIP ในการประชุมสุดยอดอาเซียน ครั้งที่ 34 และได้รับการตอบรับเชิงบวกจากประเทศต่าง ๆ เห็นได้จากในช่วงแถลงข่าว มีผู้สื่อข่าวต่างประเทศถามรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศไทยว่า AOIP แตกต่างจากมุมมองต่ออินโด-แปซิฟิกของมหาอำนาจอื่น ๆ อย่างไร ซึ่งท่านรัฐมนตรีได้อุปมาว่า แนวคิดอินโด-แปซิฟิกเป็นเสมือนปลาซึ่งมีอยู่หลายสายพันธุ์ในท้องทะเล และปลาของอาเซียนเป็นปลาที่ไม่มีพิษมีภัยกับใคร ไม่มีความคิดที่จะครอบงำหรือท้าทายใคร แต่มุ่งที่จะร่วมมือเพื่อสร้างความเจริญก้าวหน้าไปด้วยกันให้ทุกคนได้ประโยชน์ร่วมกัน

คำอธิบายข้างต้นเป็นการยืนยันว่า อาเซียนไม่ได้เลือกข้างใดข้างหนึ่ง แต่พร้อมเป็นสะพานเชื่อมสัมพันธ์ระหว่างมหาอำนาจทั้งหลาย และประสานประโยชน์ระหว่างมหาสมุทรแปซิฟิกและมหาสมุทรอินเดีย โดยใช้กลไกของอาเซียนที่มีอยู่

ในทางเศรษฐกิจ ทุกประเทศยืนยันว่าการค้าเสรีและระบบพหุภาคียังเป็นทางเลือกที่พึงประสงค์และต้องสนับสนุน หลายประเทศสนับสนุนให้เร่งเจรจาความตกลงทางเศรษฐกิจหรือปรับปรุงความตกลงการค้าเสรีที่มีอยู่แล้วให้สอดคล้องกับสภาพเศรษฐกิจโลก อาทิ การเจรจาความตกลงหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจระดับภูมิภาค (RCEP) ให้สรุปได้ภายในปีนี้ การปรับปรุงความตกลงการค้าเสรีอาเซียน-ออสเตรเลีย-นิวซีแลนด์  และการเตรียมพร้อมที่จะเจรจาความตกลงการค้าเสรีอาเซียน-สหภาพยุโรป

ในด้านการพัฒนาอย่างยั่งยืน อาเซียนได้หารือกับประเทศคู่เจรจาที่จะร่วมกันแก้ปัญหาโลกร้อนและ  ขยะทะเล เพื่อฟื้นฟูและรักษาสภาพแวดล้อมให้ยั่งยืนพร้อมส่งต่อให้คนรุ่นต่อไป ในขณะเดียวกัน ก็จะไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง โดยจะร่วมกันยกระดับคุณภาพชึวิตของประชาชนให้มีความมั่นคง ปราศจากโรคภัย และปลอดภัยจากภัยธรรมชาติ

สิทธิของผู้พิการเป็นส่วนหนึ่งของการพัฒนาอย่างยั่งยืนและครอบคลุม อาเซียนจึงให้ความสำคัญกับ  การทำให้ทุกภาคส่วนของสังคมมีส่วนร่วมในการขับเคลื่อนประเทศ ไทยได้เชิญ “โครงการพักจิตพักใจ” ไปจัดแสดงผลงานของผู้พิการทางสายตาในการถักร้อยกระเป๋าและของใช้อื่น ๆ บริเวณโถงทางเดินหน้าห้องประชุม ใกล้ ๆ กับซุ้มของศูนย์พัฒนาและฝึกอบรมคนพิการแห่งเอเชียและแปซิฟิก หรือ Asia-Pacific Development Centre on Disability (APCD) ที่นำช็อคโกแลตฝีมือผู้พิการมาให้ผู้แทนประเทศต่าง ๆ ได้ชิม โครงการนี้เป็นความร่วมมือระหว่างศูนย์ APCD กับบริษัทช็อคโกแลต MarkRin ซึ่งล้วนเป็นแบบอย่างของการลงทุนที่ให้ผลตอบแทนทางสังคมและช่วยเสริมสร้างความเข้มแข็งให้คนอีกหลายกลุ่มที่มีโอกาสน้อยกว่าคนอื่น

อีกเรื่องหนึ่งที่มีการหารือกัน ได้แก่ การสร้างความเชื่อมโยงทางอินเทอร์เน็ต เพราะเป็นโครงสร้างสำคัญในการพัฒนาระบบเทคโนโลยีเพื่อการเงินหรือฟินเทค ซึ่งจะช่วยให้ประชาชนทุกกลุ่มไม่ว่าจะเป็นสตรี เยาวชน สตาร์ทอัพ และหมู่บ้านห่างไกล เข้าถึงบริการทางการเงินได้สะดวกขึ้นอย่างก้าวกระโดด ผ่านการทำธุรกรรมทางหน้าจอโทรศัพท์มือถือ เรื่องนี้เป็นประเด็นหนึ่งที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีได้นำเสนอต่อที่ประชุม G20 ที่โอซากา เพื่อเชิญชวนประเทศ G20 ร่วมมือกับอาเซียนด้วย

อย่างไรก็ดี ยิ่งการรวมตัวทางเศรษฐกิจพึ่งพาความเชื่อมโยงทางอินเทอร์เน็ตมากเท่าใด ก็ยิ่งจำเป็นต้องมีความมั่นคงทางไซเบอร์มากขึ้นตามไปด้วย เพื่อให้เกิดการรักษาความปลอดภัยของข้อมูลส่วนตัวที่เก็บรักษาอยู่ในระบบออนไลน์ต่าง ๆ  ดังนั้น อาเซียนจึงได้หยิบยกเรื่องนี้หาความร่วมมือกับประเทศคู่เจรจาแทบทุกประเทศ อาทิ สหรัฐฯ รัสเซีย แคนาดา อินเดีย และญี่ปุ่น รวมทั้งได้รับรองแถลงการณ์ร่วมกับสหภาพยุโรปว่าด้วยความร่วมมือด้านความมั่นคงไซเบอร์ นอกจากนี้ ไทยยังเตรียมจะเปิดตัวศูนย์ ASEAN-Japan Cybersecurity Capacity Building Centre (AJCCBC) อย่างเป็นทางการในปีนี้ด้วย

การประชุม AMM ครั้งที่ 52 และการประชุมที่เกี่ยวข้องเป็นการประชุมครั้งสำคัญของอาเซียนในรอบปี เพราะเป็นโอกาสที่จะได้หารือกับประเทศคู่เจรจาทั้ง 10 ประเทศ1และประเทศคู่เจรจารายสาขาทั้ง 3 ประเทศ2 ด้วย

แม้ที่ประชุมจะได้หารือประเด็นต่าง ๆ มากมาย แต่สิ่งหนึ่งที่ชัดเจน คือ อาเซียนพร้อมที่จะร่วมมือกับทุกฝ่ายในการรับมือกับความเปลี่ยนแปลงที่กำลังรุกคืบเข้ามา ทั้งในด้านดุลอำนาจทางภูมิรัฐศาสตร์ การเสื่อมโทรมของสภาพแวดล้อม การปกป้องทางการค้า และความท้าทายจากการเชื่อมโยงทางอินเทอร์เน็ต อาเซียนตระหนักดีว่าในสภาพการณ์เช่นนี้ การไม่เตรียมพร้อมย่อมสร้างความเสียหายใหญ่หลวง จึงวางแผนอย่างดีเพื่อใช้ประโยชน์จากการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้พลิกเป็นโอกาสในการเสริมสร้างความมั่นคงและความมั่งคั่งของภูมิภาคอย่างยั่งยืนผ่านกลไกต่าง ๆ ของอาเซียนให้สอดรับกับสถานการณ์ของโลก และประโยชน์สุขของประชาชนโดยรวม

 

ที่มา :  https://www.bangkokbiznews.com/recommended/detail/1654

แถลงข่าวร่วม การประชุมรัฐมนตรีเศรษฐกิจอาเซียน (AEM) ครั้งที่ 51

แถลงข่าวร่วม
การประชุมรัฐมนตรีเศรษฐกิจอาเซียน (AEM) ครั้งที่ 51
วันที่ 6 กันยายน 2019

***************************

การประชุมรัฐมนตรีเศรษฐกิจอาเซียน (AEM) ครั้งที่ 51 จัดขึ้นในวันที่ 6 กันยายน 2019 ณ กรุงเทพฯ โดยมีนายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ของไทยเป็นประธานการประชุม

รัฐมนตรีเศรษฐกิจอาเซียนได้แลกเปลี่ยนมุมมองเกี่ยวกับการพัฒนาของโลกและภูมิภาค ทบทวนการดำเนินการตามแผนงานประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน 2025 (AEC Blueprint 2025) ความคืบหน้าการดำเนินการในประเด็นด้านเศรษฐกิจที่ไทยในฐานะประธานอาเซียนผลักดันให้อาเซียนร่วมดำเนินการให้สำเร็จในปีนี้ (Priority Economic Deliverables) 13 ประเด็น รวมทั้งความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจกับภายนอกภูมิภาค

การพัฒนาของภูมิภาคและโลก

รัฐมนตรีเศรษฐกิจอาเซียนรับทราบการเจริญเติบโตของอาเซียนในภาพรวมคงที่ที่ร้อยละ 5.2 ในปี 2018 เท่ากับปีที่ผ่านมา แต่คาดว่าจะเติบโตปานกลางในปี 2019 และ 2020 ที่ร้อยละ 4.8 และ 4.9 ตามลำดับ การค้าและการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ (FDI) ในปี 2018 สูงขึ้น โดยการค้าสินค้าในอาเซียนเพิ่มขึ้นร้อยละ 8.7 การค้าบริการเพิ่มขึ้นร้อยละ 10.6 ในขณะที่ FDI เพิ่มขึ้นร้อยละ 5.3 เป็น 154.7 พันล้าน

การค้าระหว่างกันภายในภูมิภาค (Intra-ASEAN) คิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 23 และการลงทุนร้อยละ 15.9 โดยมีจีน สหภาพยุโรป และสหรัฐอเมริกาเป็นประเทศคู่ค้าสามอันดับแรกในปี 2018 และสหภาพยุโรป ญี่ปุ่น และจีนเป็นแหล่งลงทุนสามอันดับแรกของอาเซียน

ท่ามกลางความไม่แน่นอนและความตึงเครียดทางการค้า รัฐมนตรีเศรษฐกิจอาเซียนยังคงมุ่งมั่นกับการบูรณาการทางเศรษฐกิจและการดำเนินการตามเป้าหมายในการขยายการค้าระหว่างกันในอาเซียนให้เพิ่มเป็นสองเท่าภายในปี 2025 ด้วยการมีระบบการค้าที่เปิดกว้าง มีส่วนร่วม และยึดถือกฎเกณฑ์กติกา และเศรษฐกิจที่มีการเตรียมพร้อมรับมือกับการปฏิวัติอุตสาหกรรมครั้งที่ 4

การดำเนินการตามแผนงานประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน 2025

รัฐมนตรีเศรษฐกิจอาเซียนรับทราบการดำเนินการติดตามและการประเมินการตามแผนงานประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (AEC Blueprint 2025) โดยเฉพาะการตรวจเยี่ยมประเทศบรูไนและมาเลเซียในปี 2018 และเตรียมไปตรวจเยี่ยมเมียนมาและสิงคโปร์ในปีนี้ และการเตรียมการทบทวนพิมพ์เขียวอาเซียน หรือแผนงานประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน 2025 (AEC Blueprint 2025) ระยะกลาง ซึ่งจะดำเนินการทบทวนระหว่างปี 2020 ถึงต้นปี 2021

ประเด็นด้านเศรษฐกิจที่ไทยในฐานะประธานอาเซียนผลักดันให้อาเซียนร่วมดำเนินการให้สำเร็จในปีนี้ (Priority Economic Deliverables)

รัฐมนตรีเศรษฐกิจอาเซียนยินดีกับความคืบหน้าการดำเนินการตาม Priority Economic Deliverables ภายใต้แนวคิด “ร่วมมือ ร่วมใจ ก้าวไกล ยั่งยืน” หรือ “Advancing Partnership for Sustainability” และแสดงการสนับสนุนให้ดำเนินการสำเร็จตามเวลา โดยเฉพาะยินดีกับ 3 ใน 13 ประเด็นที่ทำสำเร็จแล้ว ได้แก่ การพัฒนากลไกการระดมทุนสำหรับโครงการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน การจัดทาแนวทางการพัฒนาอย่างยั่งยืนของตลาดทุนอาเซียน และการจัดทำความบันทึกความเข้าใจระหว่างศูนย์พลังงานอาเซียนและมหาวิทยาลัย/หรือสถาบันวิจัยในอาเซียนเพื่อสนับสนุนการจัดตั้งศูนย์เครือข่ายวิจัยและพัฒนาเชื้อเพลิงชีวภาพและพลังงานชีวภาพในภูมิภาคอาเซียน นอกจากนี้ ยังยินดีที่บรูไนและกัมพูชาได้ร่วมแลกเปลี่ยนเอกสารในรับรองถิ่นกำเนิดสินค้าทางอิเล็กทรอนิกส์ (e-Form D) ผ่านระบบโยงระบบอิเล็กทรอนิกส์ ณ จุดเดียวของอาเซียน (ASEAN Single Window) แล้วในปีนี้ ร่วมกับประเทศสมาชิก 5 ประเทศที่ได้เริ่มเชื่อมโยงก่อน (อินโดนีเซีย มาเลเซีย สิงคโปร์ ไทย และเวียดนาม) ทำให้ประเทศสมาชิกอาเซียนแลกเปลี่ยนเอกสาร e-form D ทางอิเล็กทรอนิกส์จนถึงปัจจุบัน ได้ 7 ประเทศ และรับทราบว่าประเทศสมาชิกที่เหลืออีก 3 ประเทศ (ฟิลิปปินส์ เมียนมา และสปป. ลาว) มีความคืบหน้าที่สำคัญ โดยมุ่งหวังให้เข้าร่วมให้ครบทั้ง 10 ประเทศภายในปีนี้

รัฐมนตรีเศรษฐกิจอาเซียนให้การรับรองและเห็นชอบความสำเร็จเพิ่มเติมอีก 4 ประเด็น คือ 1) ปฏิญญาอาเซียนว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงอุตสาหกรรมของอาเซียนไปสู่อุตสาหกรรม 4.0 2) แผนการดำเนินงานตามกรอบการบูรณาการด้านดิจิทัลของอาเซียน (DIFAP) 2019-2025 3) แนวทางการพัฒนาแรงงานมีทักษะ/ผู้ประกอบวิชาชีพเพื่อรับมือกับการปฏิวัติอุตสาหกรรมครั้งที่ 4 และ 4) การส่งเสริมการใช้ดิจิทัลสำหรับผู้ประกอบการรายย่อยอาเซียน นอกจากนี้ ยังได้รับทราบความคืบหน้าประเด็นอื่นๆ ที่เหลืออีก 6 ใน 13 ประเด็นที่อาเซียนจะร่วมกันขับเคลื่อนให้สำเร็จในปีนี้ที่ไทยเป็นประธาน เช่น แผนงานด้านนวัตกรรมของอาเซียน 2019-2025 และปะเด็นอื่นๆ ที่เกี่ยวกับการเงิน การท่องเที่ยว และประมง รวมทั้งการสรุปการเจรจาความตกลงหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจระดับภูมิภาค (RCEP)

การปฏิวัติอุตสาหกรรมครั้งที่ 4

รัฐมนตรีเศรษฐกิจอาเซียนยืนยันถึงความจาเป็นในการเตรียมรับมือกับการปฏิวัติอุตสาหกรรมครั้งที่ 4 (4IR) ที่มีทั้งโอกาสและความท้าทาย โดยแสดงการสนับสนุนการจัดทายุทธศาสตร์ ในภาพรวมของอาเซียนในเรื่อง 4IR ซึ่งเป็นผลจากการประชุมคณะกรรมการรายสาขาด้านเศรษฐกิจของอาเซียนสมัยพิเศษเพื่อหารือประเด็น 4IR ที่ครอบคลุมการดำเนินงานและข้อริเริ่มต่างๆ ที่มีในแต่ละเสาประชาคมอาเซียน

ในส่วนของระบบศุลกากรผ่านแดนอาเซียน (ASEAN Customs Transit System: ACTS) รัฐมนตรีเศรษฐกิจอาเซียนยินดีในความพยายามเริ่มดำเนินโครงการนาร่องในระเบียงเศรษฐกิจแนวเหนือ-ใต้ (มาเลเซีย สิงคโปร์ และไทย) และระเบียงเศรษฐกิจแนวตะวันออก-ตะวันตก (กัมพูชา สปป.ลาว และเวียดนาม) โดยจะดำเนินการเต็มรูปแบบระหว่าง 6 ประเทศ ภายในเดือนเมษายน 2020 ซึ่งเมียนมาจะร่วมดำเนินการภายในปลายปี 2020 โครงการดังกล่าวมีวัตถุประสงค์เพื่ออานวยความสะดวกการขนย้ายสินค้าผ่านแดนระหว่างกัน

รัฐมนตรีเศรษฐกิจอาเซียนยินดีกับการเริ่มทบทวนตารางข้อผูกพันการลดภาษีเพื่อปรับจากระบบ AHTN 2017 ในเดือนกรกฎาคม 2019 เพื่อจะปรับปรุงเป็นระบบ AHTN 2022 โดยการปรับปรุงพิกัดศุลกากรระบบ HS สะท้อนถึงการเปลี่ยนแปลงด้านเทคโนโลยี รูปแบบการค้า และตอบสนอง ความต้องการของผู้ใช้งาน ทั้งนี้ ตั้งเป้าหมายจะใช้ระบบ AHTN 2022 ในประเทศสมาชิกอาเซียนในวันที่ 1 มกราคม 2022

มาตรฐานและการรับรอง

รัฐมนตรีเศรษฐกิจอาเซียนยินดี ในการจัดทำแนวปฏิบัติที่ดีด้านกฎระเบียบของอาเซียน (ASEAN Guidelines on Good Regulatory Practice: GRP) ซึ่งคานึงถึงหลักการสำคัญเรื่องความโปร่งใส การแจ้งผู้มีส่วนได้ส่วนเสียได้รับทราบและมีโอกาสในการให้ความเห็นก่อนประกาศใช้ ทั้งนี้ ยินดีที่มีความคืบหน้าในการเจรจาข้อตกลงยอมรับร่วมผลการตรวจสอบมาตรฐานความปลอดภัยสาขาอาคารและวัสดุก่อสร้าง ซึ่งตั้งเป้าหมายสรุปภายในปี 2019 รวมทั้งการเตรียมลงนามข้อตกลงยอมรับร่วมผลการตรวจสอบมาตรฐาน (MRA) ผลิตภัณฑ์ยานยนต์ภายในปี 2019

การค้าบริการ

รัฐมนตรีเศรษฐกิจอาเซียนยินดีในข้อสรุปความตกลงการค้าบริการอาเซียน (ASEAN Trade in Services Agreement: ATISA) โดยมุ่งหวังการลงนามให้สำเร็จจาก 1 ประเทศสมาชิกที่เหลือ คือ ฟิลิปปินส์ ซึ่งขึ้นอยู่กับกระบวนการภายในประเทศ โดยรัฐมนตรีเศรษฐกิจอาเซียนมอบหมายให้เจ้าหน้าที่สรุปแผนงานในการส่ง กาหนดเวลาสำหรับมาตรการที่ไม่สอดคล้องกับพันธกรณี (Schedules of Non-Conforming Measures) เพื่อเตรียมการสำหรับ ATISA ภายในปีนี้

รัฐมนตรีเศรษฐกิจอาเซียนยินดีกับการเริ่มใช้เว็บไซต์แอสซิส ASSIST (ASEAN Solutions for Investment, Service and Trade) ตั้งแต่วันที่ 1 พฤษภาคม 2019 เพื่อให้ผู้สนใจที่มีข้อสงสัยเกี่ยวกับมาตรการการค้าของอาเซียนได้สอบถามเจ้าหน้าที่อาเซียนผ่านทางเว็บไซต์

การลงทุน

รัฐมนตรีเศรษฐกิจอาเซียนยินดีที่ความตกลงว่าด้วยการลงทุนอาเซียน (ASEAN Comprehensive Investment Agreement: ACIA) ได้ข้อสรุปและคาดว่าจะได้รับการลงนามครบถ้วนภายในปีนี้ และรับทราบความพยายามของประเทศสมาชิกอาเซียนในการลดข้อจากัดด้านการลงทุนเพิ่มเติม

นโยบายการแข่งขัน

รัฐมนตรีเศรษฐกิจอาเซียน รับทราบ ความคืบหน้าการดำเนินการประเด็นสำคัญในปี 2019 จานวน 4 ประเด็น ได้แก่ 1) การจัดทำ Peer Review Guidance Document 2) การจัดทำ ASEAN Toolkit on Enforcement Strategies 3) Trainers Guide to Market Studies 4) การจัดทำรายงานการวิจัยเปรียบเทียบความเหมือนและความแตกต่างของกฎหมายด้านการแข่งขันของอาเซียน

นอกจากนี้ ยังได้จัดประชุม ASEAN Competition Enforcers Network (ACEN) เพื่อหารือการพัฒนา template สำหรับแลกเปลี่ยนข้อมูลเกี่ยวกับคดีที่เกี่ยวข้องเพื่อให้ความร่วมมือเชื่อมโยงกันและมีผลบังคับใช้ร่วมกัน
การคุ้มครองผู้บริโภค

รัฐมนตรีเศรษฐกิจอาเซียนรับทราบประเด็นสำคัญของคณะกรรมการอาเซียนด้านการคุ้มครองผู้บริโภค (ASEAN Committee on Consumer Protection: ACCP) ในปี 2019 จานวน 3 ประเด็น ได้แก่ 1) รับรอง Online Business Code of Conduct เพื่อสนับสนุนให้ภาคธุรกิจส่งมอบบริการออนไลน์ที่คานึงผลประโยชน์ของผู้บริโภค 2) รับรอง ASEAN Framework on Cross-Border Cooperation 3) รับรองการจัดทำแนวทางเพิ่มขีดความสามารถด้านการคุ้มครองผู้บริโภคช่วงปี 2019-2025
รัฐมนตรีเศรษฐกิจอาเซียนรับทราบการพัฒนาเอกสารแนวทางสำหรับดัชนีการเพิ่มขึ้นของความเข้มแข็งและประสิทธิภาพของผู้บริโภคในอาเซียน (ASEAN Consumer Empowerment Index: ACEI)

ทรัพย์สินทางปัญญา

รัฐมนตรีเศรษฐกิจอาเซียนรับทราบความก้าวหน้าและยินดีที่มีประเทศคู่เจรจาแสดงความสนใจในการสนับสนุนข้อเสนอการจัดตั้งสถาบันทรัพย์สินทางปัญญาของอาเซียน (ASEAN IP Academy) เพื่อจัดฝึกอบรมด้านทรัพย์สินทางปัญญาให้แก่ประเทศสมาชิกอาเซียน รวมถึง การเปิดตัวโครงการแลกเปลี่ยนผลการตรวจสอบสิทธิบัตรของอาเซียน ซึ่งจะสนับสนุนในการแลกเปลี่ยนผลการตรวจสอบสิทธิบัตรในด้านที่เกี่ยวข้องกับการปฏิวัติอุตสาหกรรมครั้งที่ 4 (4IR) โดยตั้งเป้าที่จะดำเนินการตรวจสอบเบื้องต้นภายใน 6 เดือน

แนวทางการปฏิบัติที่ดีด้านกฎระเบียบ

รัฐมนตรีเศรษฐกิจอาเซียนรับทราบถึงความก้าวหน้าของ การศึกษาระบบการบริหารจัดการกฎระเบียบ เพื่อยกระดับของการดาเนินการด้านกฎระเบียบทางเทคนิคให้เป็นไปตามแนวทางหลักปฏิบัติ ที่ดีด้านกฎระเบียบของอาเซียน (ASEAN Good Regulatory Practice: ASEAN GRP )

พาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์

รัฐมนตรีเศรษฐกิจอาเซียนรับทราบถึงการดำเนินการภายใต้แผนงานด้านพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ของอาเซียน และยินดีกับความพยายามของประเทศสมาชิกในการเพิ่มความโปร่งใส โดยเปิดเผยกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์เป็นภาษาอังกฤษในเว็บไซต์ รัฐมนตรีเศรษฐกิจอาเซียนยังเห็นชอบแผนงานการดำเนินการด้านเศรษฐกิจดิจิทัลของอาเซียน โดยแผนการดำเนินงานตามกรอบบูรณาการด้านดิจิทัลของอาเซียน จะได้รับการเห็นชอบในคณะมนตรีประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน ในเดือนพฤศจิกายน พ.ศ. 2562

วิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม

รัฐมนตรีเศรษฐกิจอาเซียนยินดีกับความก้าวหน้าในการสนับสนุนการดำเนินกิจการของวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม ผ่านการนาเทคโนโลยีและนวัตกรรมดิจิทัลมาใช้ รวมถึงพัฒนา ขีดความสามารถให้พร้อมรับมือและใช้ประโยชน์จากเศรษฐกิจดิจิทัล นอกจากนี้ รัฐมนตรีเศรษฐกิจอาเซียนยังได้แสดงความพอใจกับความก้าวหน้าของการพัฒนารูปแบบธุรกิจที่ครอบคลุม โดยให้บริษัทขนาดใหญ่ให้การช่วยเหลือและสนับสนุนบริษัทขนาดเล็ก

ระบบสถิติของประชาคมอาเซียน

รัฐมนตรีเศรษฐกิจอาเซียนรับทราบถึงการพัฒนาทางด้านสถิติในภูมิภาคให้มีฐานข้อมูลด้านสถิติที่เป็นหนึ่งเดียว อีกทั้งรับทราบการนำระบบ ข้อมูลขนาดใหญ่ (Big Data) มาใช้เพื่อพัฒนาระบบสถิติในภูมิภาค รวมถึง รัฐมนตรีเศรษฐกิจฯ ยังสนับสนุนกิจกรรมความร่วมมือระหว่างประเทศสมาชิกในการแบ่งปันข้อมูลสถิติ

การลดช่องว่างของการพัฒนา

รัฐมนตรีเศรษฐกิจอาเซียนเน้นย้าถึงความตั้งใจในการลดช่องว่างของการพัฒนาระหว่างประเทศสมาชิก โดยยินดีที่ประเทศสมาชิกอาเซียนและประเทศนอกภูมิภาคให้ความช่วยเหลือแก่ กัมพูชา ลาว เมียนมา และเวียดนาม ซึ่งมีการพัฒนาทางเศรษฐกิจในช่วง 20 ปีที่ผ่านมาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งส่งผล ในเชิงบวกต่อการลดความยากจน

ความร่วมมือระหว่างภาครัฐและภาคเอกชน

รัฐมนตรีเศรษฐกิจอาเซียนแสดงการสนับสนุนให้เพิ่มความร่วมมือระหว่างภาครัฐและภาคเอกชน โดยให้พัฒนากลไกที่จะสามารถให้ภาคเอกชนสามารถเสนอ และให้คาแนะนาแก่ภาครัฐของอาเซียนได้ นอกจากนี้ รัฐมนตรีเศรษฐกิจอาเซียนแสดงความยินดีที่สภาที่ปรึกษาธุรกิจอาเซียนได้มีการดำเนินงานอย่างต่อเนื่องในการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ในอาเซียน ผ่านโครงการ AHEAD รวมถึงการจัดทำ แนวทางการพัฒนาแรงงานมีทักษะ/ผู้ประกอบวิชาชีพเพื่อรับมือกับการปฏิวัติอุตสาหกรรม ครั้งที่ 4 ร่วมกับกระทรวงพาณิชย์ของไทย

ความร่วมมือทางเศรษฐกิจกับประเทศนอกภูมิภาค

รัฐมนตรีเศรษฐกิจอาเซียนเน้นย้าถึงความสำคัญของการมีความสัมพันธ์ที่เข้มแข้งกับประเทศคู่เจรจา

รัฐมนตรีเศรษฐกิจอาเซียนยินดีกับการดำเนินการตามพิธีสารยกระดับ ACFTA ได้ อย่างสมบูรณ์ และมุ่งหวังที่จะมีความคืบหน้าในประเด็นคงค้าง อาทิ การเปิดเสรีการค้าสินค้าเพิ่มเติม โดยรับทราบว่าอาจเริ่มการหารือในประเด็นการเปิดเสรีการค้าสินค้าเพิ่มเติมรวมถึงการเปิดเสรีและคุ้มครองการลงทุนในการประชุมคณะกรรมการร่วม ACFTA ในปี 2020

รัฐมนตรีเศรษฐกิจอาเซียนรับทราบว่าปีนี้ครบรอบ 10 ปี FTA AANZFTAและยินดีกับ การดำเนินตามพิธีสารแก้ไข AANZFTA อย่างสมบูรณ์ เห็นชอบแผนงานของคณะกรรมการร่วมในการดำเนินการยกระดับ AANZFTA และมอบหมายเจ้าหน้าที่เริ่มการเจรจาในการประชุมคณะกรรมการร่วม AANZFTA ครั้งที่ 12 เดือนมิถุนายน 2020

รัฐมนตรีเศรษฐกิจอาเซียนรับทราบความคืบหน้าการเจรจาเปิดเสรีสินค้าอ่อนไหวเพิ่มเติมภายใต้ความตกลงการค้าสินค้าอาเซียน-เกาหลี และมุ่งหวังที่จะสรุปผลการเจรจาภายในสิ้นปีนี้ และเห็นชอบว่าการเริ่มต้นดำเนินการทบทวนความตกลงการค้าสินค้าอาเซียน-อินเดีย มีความสำคัญ โดยมอบหมายให้รื้อฟื้นการทบทวนฯ ในปี 2020 ภายหลังการสรุปผลการเจรจา RCEP

รัฐมนตรีเศรษฐกิจอาเซียนยินดีกับการลงนามพิธีสารฉบับที่ 1 เพื่อแก้ไขความตกลง AJCEP เพื่อผนวกเรื่องการค้าบริการ การเคลื่อนย้ายบุคคลธรรมดา และการลงทุน และมุ่งหวังที่จะให้ความตกลงฯ มีผลบังคับใช้ภายในปี 2019

รัฐมนตรีเศรษฐกิจอาเซียนรับทราบการมีผลบังคับใช้ของ AHKFTA และ AHKIA ในเดือนมิถุนายน 2019 สำหรับฮ่องกง ไทย สิงคโปร์ เมียนมา เวียดนาม และ สปป.ลาว

รัฐมนตรีเศรษฐกิจอาเซียนทบทวนความคืบหน้าการดำเนินความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจการค้ากับ non-FTA partners รวมทั้งความสนใจที่จะขยายความสัมพันธ์กับอาเซียน และรับทราบว่าคณะทางานร่วม ASEAN-EU FTA จะมีการประชุมครั้งที่ 3 ในเดือนพฤศจิกายน 2019 เพื่อหารือร่างโต้ตอบ Framework on the parameter for a future ASEAN-EU FTA ของฝ่าย EU

รัฐมนตรีเศรษฐกิจอาเซียนยินดีกับความคืบหน้าการดำเนินงานตาม 1) แผนงานในการดำเนินงานตามแถลงการณ์ร่วมอาเซียน-แคนาดา ด้านการค้าการลงทุน 2) แผนงาน 2018-2019 TIFA และ E3 Initiatives 3) Post 2017 ASEAN-Russia Trade and Investment Cooperation Work Programme และมุ่งหวังที่จะให้ความเห็นชอบต่อ แผนงานความร่วมมือระหว่างอาเซียนและยูเรเซีย

รัฐมนตรีเศรษฐกิจอาเซียนสนับสนุนระบบการค้าพหุภาคีที่อยู่บนพื้นฐานของกฎเกณฑ์และความสำคัญของการหารือเรื่องการปฏิรูป WTO

รัฐมนตรีเศรษฐกิจอาเซียนยินดีกับความคืบหน้าการเจรจา RCEP และยืนยันว่าการสรุปผลการเจรจาฯ ตามเป้าหมายที่ผู้นาตั้งไว้ถือเป็นความสำคัญลาดับแรกของอาเซียน

รัฐมนตรีเศรษฐกิจอาเซียนยินดีกับการสรุปผลการการเจรจาเพื่อปรับปรุงพิธีสารว่าด้วยกลไกระงับข้อพิพาทด้านเศรษฐกิจของอาเซียน

รัฐมนตรีเศรษฐกิจอาเซียนขอบคุณ ERIA ที่ได้ร่วมดำเนินงานกับ UNCTAD ในการพัฒนาฐานข้อมูล NTM รวมถึงการดำเนินงานวิจัยเพื่อสนับสนุนการรวมกลุ่มทางเศณษฐกิจของอาเซียนอย่างต่อเนื่อง เช่น การศึกษาเกี่ยวกับการจัดทำตัวชี้วัดด้านการอานวยความสะดวกทางการค้า (ASTFI) และการลดต้นทุนธุรกรรมทางการค้าลง 10% ภายในปี 2020 และการศึกษาเรื่องการจัดทำระบบบริหารจัดการกฎระเบียบตามหลักการ GRP การสนับสนุนการเจรจา RCEP และการจัดทำแนวทางในการพัฒนาทักษะแรงงาน/ ผู้ประกอบวิชาชีพเพื่อรับมือกับ 4IR

การปฏิรูปองค์การการค้าโลก

รัฐมนตรีเศรษฐกิจอาเซียนเน้นย้าความมุ่งมั่นในการสนับสนุนระบบการค้าที่เปิดกว้าง ไม่เลือกปฏิบัติ และเป็นไปตามกฎเกณฑ์ ในการนี้ ที่ประชุมรับทราบถึงความเร่งด่วนของการปฏิรูประบบและการดำเนินการขององค์การการค้าโลก ให้มีประสิทธิภาพมากขึ้นรวมทั้งครอบคลุมการดำเนินการของทุกภาคส่วน โดยเฉพาะกลไกการระงับข้อพิพาทเพื่อให้ระบบและกลไกต่าง ๆ ขององค์การการค้าโลกสามารถดำเนินการต่อไปได้และสอดคล้องกับสภาพแวดล้อมการค้าโลกในปัจจุบัน

การช่วยเหลือด้านเทคนิกและการเสริมสร้างความสามารถ

รัฐมนตรีเศรษฐกิจอาเซียนขอบคุณการให้ความช่วยเหลือทางเทคนิคและการดำเนินโครงการเพิ่มขีดความสามารถโดยหุ้นส่วนนอกภูมิภาค

 

 

************************************

ดาวน์โหลดเอกสารเพิ่มเติมที่นี่ ⇓

แถลงข่าวร่วมการประชุมรัฐมนตรีเศรษฐกิจอาเซียน (AEM) ครั้งที่ 51